ระเบียบฯ การวัดและการประเมินผลการเรียน

ระเบียบโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าด้วยการวัดและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๕

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ และให้โรงเรียนใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๔๖ เป็นต้นไป พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๑๕ และ ๒๖ กำหนดให้สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาตามสภาพของแต่ละท้องถิ่น โดยให้สอดคล้องกับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้กำหนดระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงกำหนดระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รายละเอียด ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ใช้ประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔

ข้อ ๓ ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๖ เป็นต้นไป

หมวดที่ ๑
หลักในการวัดและประเมินผลการเรียน

ข้อ ๔ การวัดและการประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปตามหลักสูตรสถานศึกษา ดังต่อไปนี้

๔.๑ โรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและการประเมินผล ตัดสินและอนุมัติผลการเรียน
๔.๒ การวัดและการประเมินผลการเรียน ต้องสอดคล้องกับมาตรการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา
๔.๓ การวัดและประเมินผลการเรียน เพื่อปรับปรุง พัฒนาผู้เรียน และตัดสินผลการเรียน
๔.๔ การวัดและประเมินผลการเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ ต้องดำเนินการด้วยวิธีที่หลากหลาย ใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัดและประเมิน
๔.๕ ให้มีการประเมินและพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสื่อความ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๔.๖ ผู้เรียนหรือผู้เกี่ยวข้องสามารถขอข้อมูลผลการเรียน การประเมินการเรียนรู้และด้านอื่นๆ ได้
๔.๗ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนรู้ระหว่างรูปแบบเดียวกันและต่างรูปแบบ
๔.๘ ให้มีการประเมิน ตรวจสอบคุณภาพการศึกษา เป็นระยะๆ

หมวดที่ ๒
วิธีการวัดและการประเมินผลการเรียน

ข้อ ๕ การวัดและประเมินผลเพื่อปรับปรุง พัฒนาผู้เรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้

๕.๑ แจ้งให้ผู้เรียนทราบผลการเรียนที่คาดหวังรายปี/ภาค วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ก่อนการจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือรายวิชา
๕.๒ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ต้องครอบคลุมพฤติกรรมด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๕.๓ ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ต้องประเมินผู้เรียนก่อนการเรียน เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐาน และทักษะเบื้องต้นของผู้เรียน ให้ได้ข้อมูล สารสนเทศ สำหรับใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนได้ตรงตามศักยภาพของผู้เรียน
๕.๔ ให้ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนระหว่างเรียนเป็นระยะๆ ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน และอาจเลือกมาตรฐานการเรียนรู้ที่คาดหวังที่สำคัญบางข้อในแต่ละกลุ่มสาระ เพื่อตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นการประเมินผลกลางปี/ภาค ใช้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งรวมกับผลการประเมินปลายภาคหรือปลายปี เพื่อตัดสินผลการเรียนตามความเหมาะสมแต่ละกลุ่มสาระหรือรายวิชา และให้มีการประเมินเพื่อพัฒนาพฤติกรรมหรือความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๕.๕ ให้มีการประเมินผลปลายปี/ภาค หลังจากจบกระบวนการเรียนรู้ทุกกิจกรรม โดยให้เลือกประเมินเฉพาะมาตรฐานการเรียนรู้ที่สำคัญ ให้ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อตรวจสอบความรู้ความสามารถตามมาตรฐานศึกษาที่หลักสูตรกำหนด แล้วใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาตัดสินการผ่านช่วงชั้น
๕.๖ ให้มีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสื่อความ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปลายปี/ภาค ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

ข้อ ๖ การวัดและประเมินผล ให้เลือกใช้วิธีการและเครื่องมือหลากหลาย และเหมาะสมกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังตามสาระการเรียนรู้ และมาตรฐานการเรียนรู้

ข้อ ๗ ให้ใช้ผลการประเมินในข้อ ๕.๕ ตัดสินผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ และข้อ ๕.๖ เพื่อใช้ในการพิจารณาตัดสินการผ่านช่วงชั้น และจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ (ช่วงชั้นที่ 1-3) คือชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ สำหรับในช่วงชั้นที่ ๔ ตัดสินผลการเรียนรู้รายวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

ข้อ ๘ ในการประเมินผลการเรียนรู้ตามข้อ ๕.๕ ให้แจ้งระดับผลการเรียนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาที่ผู้เรียนได้ เป็นระดับคุณภาพ ดังนี้

หมายถึงผลการเรียนดีมาก
๓.๕หมายถึงผลการเรียนค่อนข้างดีมาก
หมายถึงผลการเรียนดี
๒.๕หมายถึงผลการเรียนค่อนข้างดี
หมายถึงผลการเรียนพอใช้
๑.๕หมายถึงผลการเรียนค่อนข้างพอใช้
หมายถึงผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด (คะแนนร้อยละ ๕๐ขึ้นไป)
หมายถึงผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (คะแนนต่ำกว่าร้อยละ ๕๐)
หมายถึงรอการตัดสิน กรณีนักเรียนมีเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถเข้าสอบปลายปี/ภาคได้
มส หมายถึงไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินในสาระการเรียนรู้รายวิชา เนื่องจากเวลาเรียนไม่ถึง ร้อยละ ๘๐

ในกรณีที่ผู้เรียนได้รับผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้ครูผู้สอนดำเนินการสอนซ่อมเสริม ปรับปรุงแก้ไข ในกลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชานั้น ด้วยวิธีการที่เหมาะสม จนผู้เรียนสามารถผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่สถานศึกษากำหนด

ข้อ ๙ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้สถานศึกษาประเมินและตัดสินตามเกณฑ์ที่กำหนด ถ้าผู้เรียนมีพฤติกรรม/ความสามารต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้สถานศึกษาวินิจฉัยข้อบกพร่องของผู้เรียนและให้มีกิจกรรมพัฒนา ในการประเมินตามข้อ ๕.๖ ให้สถานศึกษาแจ้งผลการประเมินเป็นระดับคุณภาพ ดังนี้

หมายถึงผลการประเมินผ่าน
มผหมายถึงผลการประเมินไม่ผ่าน

ข้อ ๑๐ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้สถานศึกษาประเมินและตัดสินตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ถ้าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้สถานศึกษาวินิจฉัยข้อบกพร่องของผู้เรียนและให้มีกิจกรรมพัฒนา ในการประเมินตามข้อ ๕.๖ ให้สถานศึกษาแจ้งผลการประเมินเป็นระดับคุณภาพ ดังนี้

ดีเยี่ยมมีพฤติกรรมสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อยู่ในระดับที่สามารถเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนทั่วไป
ดีมีพฤติกรรมตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่สถานศึกษากำหนด
ปรับปรุงมีพฤติกรรมบางประการที่ต้องปรับปรุง/ไม่ผ่านเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

ข้อ ๑๑ การประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน ให้สถานศึกษากำหนดมาตรฐานแล้วประเมินตัดสินตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ถ้าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้สถานศึกษาวินิจฉัยข้อบกพร่องของผู้เรียนและให้มีกิจกรรมพัฒนา ในการประเมินตาม ข้อ ๕.๖ ให้สถานศึกษาแจ้งผลการประเมินเป็นระดับคุณภาพ ดังนี้

ดีเยี่ยมมีพฤติกรรมการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ดีมีพฤติกรรมการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน ตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่สถานศึกษากำหนด
ปรับปรุงมีพฤติกรรมการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน บางประการที่ต้องปรับปรุง

ข้อ ๑๒ ผู้เรียนต้องเข้ารับการประเมินปลายปี/ภาค ทุกคน แต่ถ้าผู้เรียนไม่ได้เข้ารับการประเมินปลายปี/ภาค ด้วยเหตุผลสุดวิสัย ให้โรงเรียนจัดให้ผู้เรียนข้ารับการประเมินผล ตามดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา

ข้อ ๑๓ ให้โรงเรียนจัดให้ผู้เรียนเข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ

ข้อ ๑๔ ให้โรงเรียนรายงานผลการประเมินปลายปี/ภาค ให้ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ

หมวดที่ ๓
การตัดสินผลการเรียน

ข้อ ๑๕ การพิจารณาผ่านช่วงชั้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) หรือจบการศึกษาตามหลักสูตรภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓) และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖) ให้สถานศึกษาพิจารณาจากผลการประเมิน ๔ ด้าน ดังนี้

๑๕.๑ ผลการเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทึ้ง ๘ กลุ่ม
๑๕.๒ ผลการประเมินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๑๕.๓ ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑๕.๔ ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสื่อความ

ข้อ ๑๖ เกณฑ์การผ่านช่วงชั้น และการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำเนินการดังนี้

๑๖.๑ กรณีช่วงชั้นที่ ๑,๒ และ ๓ (จบการศึกษาภาคบังคับ).
ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม และต้องได้รับการตัดสินการเรียน ตั้งแต่ ระดับ “๑” ขึ้นไป
๑๖.๒ กรณีช่วงชั้นที่ ๔ (จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
๑๖.๒.๑ ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม ได้หน่วยกิตครบตามหลักสูตรสถานศึกษากำหนด และต้องได้รับการตัดสินผลการเรียน ตั้งแต่ระดับ “๑” ขึ้นไป
๑๖.๒.๒ ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๑๖.๒.๓ ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑๖.๒.๔ ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสื่อความ

ข้อ ๑๗ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ พิจารณาให้ความเห็นชอบนักเรียนที่มีคุณสมบัติผ่านช่วงชั้น จบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาตัดสิน อนุมัติการผ่านช่วงชั้น และการจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ หรือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

หมวด ๔
การเทียบโอนผลการเรียน

ข้อ ๑๘ การเทียบโอนผลการเรียน เป็นการนำผลการเรียนซึ่งเป็นความรู้ ทักษะและประสบการณ์ของผู้เรียน ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาอัธยาศัย มาประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษา

แนวทางการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบสถานศึกษา ว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียนดังนี้

๑๘.๑ ผู้ขอเทียบโอนต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนของโรงเรียนในภาคเรียนแรกของปีการศึกษาที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน ยกเว้นในเหตุกรณีจำเป็น
๑๘.๒ จำนวนสาระการเรียนรู้ รายวิชา จำนวนหน่วยการเรียนที่จะรับเทียบโอน และอายุของผลการเรียนที่จะนำมาเทียบโอน ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา ทั้งนี้เมื่อขอเทียบโอนแล้ว ผู้ขอเทียบโอนต้องมีเวลาเรียนอยู่ในสถานศึกษาที่จะรับเทียบโอนไม่น้อยกว่า ๑ ภาคเรียน
๑๘.๓ การเทียบโอนผลการเรียน โรงเรียนจะดำเนินการในรูปคณะกรรมเทียบโอนผลการเรียน โดยมีคณะกรรมการจํานวนไม่น้อยกว่า ๓ คน แต่ไม่เกิน ๕ คน ดำเนินการดังนี้
๑๘.๓.๑ ผู้เรียนยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร ขอเทียบความรู้เป็นรายวิชาของหลักสูตรของสถานศึกษา ตามจำนวนรายวิชาที่สถานศึกษากำหนดไว้ในระเบียบการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษา ให้ผู้เรียนยื่นคำร้อง พร้อมส่งเอกสารหลักฐานการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาเดิม
๑๘.๓.๒ คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน พิจารณาหลักสูตรและหลักฐานเอกสารเดิมของผู้เรียน เพื่อเทียบหลักสูตรที่เรียนมากับหลักสูตรของสถานศึกษาในรายวิชาที่ขอเทียบโอน
ในกรณีผู้เรียนย้ายสถานศึกษา ถ้ามีผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและเนื้อหาตรงกันไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ จะรับเทียบโอน และให้ได้ระดับผลการเรียนตามที่ได้มา แต่ถ้าเป็นกรณีเทียบโอนผลการเรียนจากสถานศึกษาต่างระบบ ให้คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอน ประเมินใหม่ด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสม แล้วให้ระดับผลการเรียนตามเกณฑ์ที่ในข้อ ๘ และข้อ ๙ ตามระเบียบ
๑๘.๓.๓ กรณีผู้เรียนขออนุญาตไปศึกษารายวิชาใดวิชาหนึ่ง ต่างสถานศึกษา หรือขอศึกษาด้วยตนเอง ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้เรียนยื่นคำร้องไปศึกษาต่างสถานที่หรือต่างรูปแบบ ต่อคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ซึ่งจะพิจารณาผลการเรียนและความจำเป็นของผู้เรียน ตามระเบียบการจัดการศึกษา ๓ รูปแบบของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบ
(๒) รายวิชาที่ผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานศึกษา หรือต่างรูปแบบ ต้องมีจุดประสงค์และเนื้อหาสาระ สอดคล้องกับรายวิชาในหลักสูตรของสถานศึกษาที่จะนำมาเทียบโอน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
(๓) ผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานศึกษา หรือระบบที่มีสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนแน่นอนได้ ถ้ามีการประสานการจัดการเรียนการสอน การประเมินผล และการรับโอนผลการเรียนก่อน เมื่อได้ตกลงร่วมกันเรียบร้อยแล้วจึงจะอนุญาต เมื่อศึกษาสำเร็จแล้ว ให้รับโอนผลการเรียนได้ทันที

คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน รายงานผลการเทียบโอนให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และเสนอผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบโอนผลการเรียน

หน้าที่ของสถานศึกษา

ข้อ ๑๙ ให้สถานศึกษาจัดให้มีเอกสารการหลักฐานการศึกษาต่างๆ ดังนี้

๑๙.๑ ระเบียบแสดงผลการเรียน (Transcripts ) (ปพ.๑)
๑๙.๒ หลักฐานแสดงวุฒิทางการศึกษา (ปพ.๒)
๑๙.๓ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓)
๑๙.๔ แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปพ.๔)
๑๙.๕ แบบแสดงผลการการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ปพ.๕)
๑๙.๖ แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล (ปพ.๖)
๑๙.๗ ใบรับรองผลการศึกษา (ปพ.๗)
๑๙.๘ ระเบียบสะสม (ปพ.๘)
๑๙.๙ สมุดบันทึกผลการเรียนรู้ (ปพ.๙)

ข้อ ๒๐ สถานศึกษาจะจัดทำรายงานผู้สำเร็จการศึกษา ดังนี้

๒๐.๑ แบบ ปพ.๓ ช่วงชั้นที่ ๓ และ ๔ จัดทำ ๓ ชุด เก็บไว้ที่สถานศึกษา ๑ ชุด ส่งไปเก็บที่สำนักงานเขตการศึกษาขอนแก่น เขต ๑ จำนวน ๑ ชุด และส่งไปเก็บไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๑ ชุด ภายในเวลา ๓๐ วัน นับจากวันอนุมัติผลการเรียนจบการศึกษาแต่ละครั้ง

การประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

๑. การประเมินผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้

เป็นการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ หรือรายวิชา ตามหลักสูตรของสถานศึกษาแต่ละช่วงชั้น ภารกิจที่สถานศึกษาจะต้องดำเนินการ มีดังนี้

  1. กำหนดผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค โดยวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา
  2. กำหนดเกณฑ์สำหรับตัดสินผลการประเมินการผ่านการเรียนรู้ที่คาดหวัง
  3. กำหนดเกณฑ์การประเมินระดับผลการเรียนสาระการเรียนรู้รายวิชา/ภาคเรียน
  4. ประเมินผลการเรียนระหว่างเรียน ซึ่งเป็นการประเมินผลระดับห้องเรียน
  5. ประเมินผลการเรียนสาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค
  6. ประเมินตัดสินการเรียนสาระการเรียนรู้ผ่านช่วงชั้น

๒. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

เป็นการประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนด ภารกิจที่สถานศึกษาจะต้องดำเนินการ ดังนี้

  1. กำหนดจุดประสงค์การเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแต่ละกิจกรรม
  2. กำหนดเกณฑ์สำหรับตัดสินการผ่านกิจกรรม จำแนกเป็น เกณฑ์สำหรรับตัดสินจุดประสงค์ของกิจกรรมแต่ละประการ และเกณฑ์สำหรับตัดสินเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม
  3. ประเมินผู้เรียนระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรม
  4. ประเมินผู้เรียนเมื่อสิ้นสุดกิจกรรม

๓. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

เป็นการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่สถานศึกษากำหนดขึ้น เพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างค่านิยมอันดีให้แก่ผู้เรียนตามจุดประสงค์เน้นของหลักสูตร ภารกิจที่สถานศึกษาจะต้องดำเนินการ มีดังนี้

  1. กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมของสถานศึกษา
  2. วิเคราะห์และกำหนดพฤติกรรมชี้บ่งคุณลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละคุณลักษณะ
  3. กำหนดเกณฑ์สำหรับตัดสินการผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละประการ
  4. กำหนดแนวทางและวิธีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา
  5. ประเมินการแสดงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ตามแนวทางและวิธีการที่สถานศึกษากำหนด
  6. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายปีหรือรายภาค
  7. ประเมินตัดสินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่านช่วงชั้น

๔. การประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียนสื่อความ (เป็นความสามารถรวม)

เป็นการประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียนสื่อข้อความของผู้เรียน ตามจุดประสงค์เน้นของหลักสูตร ภารกิจที่สถานศึกษาจะต้องดำเนินการ มีดังนี้

  1. กำหนดมาตรฐานการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียนสื่อความ สำหรับหลักสูตรของสถานศึกษาแต่ละช่วงชั้น
  2. กำหนดเกณฑ์สำหรับตัดสินการประเมินมาตรฐานในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียนสื่อความ แต่ละประการดังนี้
    1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังเกี่ยวกับความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วย
      1. เข้าใจและใช้กระบวนการอ่านสร้างและความคิด ไปใช้ในการตัดสินใจวางแผนการดำเนินงาน หรือแก้ปัญหา หรือสร้างผลงานที่เกิดจากการเรียนรู้ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณอย่างสร้างสรรค์
      2. เข้าใจและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ศึกษาอย่างมีวิจารณญาณ และพูดสะท้อนความรู้ ความคิด ความรู้สึก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
      3. สามารถใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสารแสดงถึงความเข้าใจ ความคิด ผลการวิเคราะห์สิ่งที่ได้ศึกษา หรือเป็นผลการดำเนินงาน หรือการรายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    2. ระดับคุณภาพที่แสดงการพัฒนาความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อข้อความ กำหนด ๓ ระดับ
      1. ระดับควรปรับปรุง หมายถึง ผู้เรียนแสดงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความได้ โดยมีผู้ชี้แนะแล้วทำตามจนเกิดผลสำเร็จ
      2. ระดับดี หมายถึง ผู้เรียนแสดงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความได้ โดยคิดเองไม่ได้อาศัยผู้ชี้แนะ
      3. ระดับดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนแสดงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความได้ด้วยตนเอง และสามารถแนะนำหรืออธิบายให้บุคคลอื่นทำตามได้
    3. วิธีการวัดประเมินผลเพื่อตัดสินการผ่านช่วงชั้นให้พิจารณาจาก
      1. ผลการประเมินปีสุดท้ายของแต่ละช่วงชั้น (ป.๓ ป.๖ ม.๓ และม.๖)
      2. การประเมินต้องเลือกและใช้วิธีการประเมินหลายอย่างหลายมิติ เช่น กำหนดสถานการณ์ให้อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนในหลายลักษณะ ทั้งจากบทความ ข่าว โคลงกลอน ให้จัดทำโครงงาน เขียนเรื่องสั้นจากประสบการณ์อ่าน ฯลฯ ดำเนินการโดยคณะกรรมการหรืออนุกรรมการที่ได้รับมอบหมาย อาจให้ครู อาจารย์ที่ปรึกษา ครูประจำชั้น ประจำวิชา ประเมินพฤติกรรมประกอบการพิจารณาอีกส่วนหนึ่งก็ได้
    4. การประเมินผลให้พิจารณาจากการประเมินในข้อ 3 แล้วพิจารณาโดยภาพรวม ว่าผู้เรียนอยู่ในระดับคุณภาพใดเป็นส่วนมาก จึงตัดสินการผ่านความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อในระดับนั้น ดังนี้
      “ผ่าน” ได้ระดับคุณภาพ พอใช้ ดี หรือ ดีเยี่ยม
      “ไม่ผ่าน” ความสามารถไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องปรับปรุงและพัฒนา

การกำหนดบทบาทผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการประเมินผลการเรียน

การประเมินผลการเรียนด้านต่างๆของสถานศึกษาทั้งระดับชั้นเรียนและระดับสถานศึกษา จะต้องเปิกโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาทั้งผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน เข้ามีส่วนร่วมกับผู้สอนและบุคคลากรฝ่ายต่างๆของสถานศึกษาจำต้องกำหนดบุคคลฝ่ายต่างๆขึ้นรับผิดชอบดังนี้

ผู้ปฏิบัติ บทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานประเมินผลการเรียน
1.คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  1. อนุมัติและให้ความเห็นชอบต่อหลักสูตรของสถานศึกษา และผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี/รายภาคของแต่ละวิชา
  2. อนุมัติและให้ความเห็นชอบต่อเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ในการประเมินผลการเรียนแต่ละกลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่ม
  3. อนุมัติและให้ความเห็นชอบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา เกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  4. อนุมัติและให้ความเห็นชอบต่อคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา เกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
  5. อนุมัติและให้ความเห็นชอบต่อเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนสื่อความ
  6. อนุมัติและให้ความเห็นชอบต่อกระบวนการวิธีการซ่อมเสริม หรือปรับปรุงวิธีแก้ไขผู้เรียนที่มีผลการเรียนสาระการเรียนรู้รายปี/รายภาค กิจกรรม และผลการเรียนอื่นอันไม่น่าพึงพอใจ
  7. อนุมัติและให้เห็นชอบระเบียบประเมินผลต่างๆ ของสถานศึกษา
  8. กำกับการติดตามดำเนินการเรียนการสอนตามสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และการพัฒนาความสามารถการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน สื่อความ
  9. กำกับการติดตามการประผล และการตัดสินผลการเรียน
2.คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ของสถานศึกษา
  1. กำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี/รายภาคของรายวิชาต่างๆ ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้ และจัดทำรายวิชาพร้อมเกณฑ์การประเมิน
  2. กำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา จุดประสงค์กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแต่ละกิจกรรม
  3. กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา
  4. กำหนดมาตรฐานการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน สื่อความ พร้อมเกณฑ์การประเมิน และแนวทางการปรับปรุงแก้ไขผู้ที่เรียนที่มีผลการเรียนไม่น่าพึงพอใจ
  5. กำหนดวิธีการเทียบโอนผลการเรียน จำนวน รายวิชา จำนวนหน่วยการเรียน เพื่อการเทียบโอนผลการเรียน
  6. กำหนดระเบียบประเมินผลต่างๆ ของสถานศึกษา
3. คณะอนุกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ (กลุ่มวิชา) และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  1. กำหนดแนวทางการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรม พร้อมแนวทางการวัดผล และการประเมินผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ จัดกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน
  2. สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และวัดผลประเมินและตัดสินผลตามแนวทางที่กำหนด
  3. พิจารณาให้ความเห็นชอบผลการวัด และประเมินผลการเรียนสาระการเรียนรู้รายวิชา/รายภาค และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
4. คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของสถานศึกษา
  1. กำหนดแนวทางการพัฒนา แนวทางการประเมิน เกณฑ์การประเมิน และแนวทางการปรับปรุงแก้ไขคุณลักษณะอันพึงประสงค์
  2. พิจารณาตัดสินการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายปี/รายภาค และการผ่านช่วงชั้นของผู้เรียน
  3. จัดระบบการปรับปรุงแก้ไขคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้วยวิธีการอันเหมาะสม และส่งต่อข้อวินิจฉัยเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
5. คณะกรรมการดำเนินการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนสื่อความ
  1. กำหนดแนวทางในการพัฒนาและการประเมินความสามารถการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความของผู้เรียน
  2. ดำเนินการพัฒนาและประเมินความสามารถการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความของผู้เรียน
  3. ตัดสินผลการพัฒนาความสมารถการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความของผู้เรียนรายปี/รายภาค และการผ่านช่วงชั้น
6. คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน
  1. จัดทำสาระ เครื่องมือ และวิธีการเทียบโอนผลการเรียนของรายวิชาและกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
  2. ดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนให้กับผู้เรียนที่ร้องขอ
  3. ประมวลผลและตัดสินผลการเทียบโอน
  4. เสนอผลการเทียบโอนต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และเสนอผู้บริหารสถานศึกษาตัดสินอนุมัติการเทียบโอน
7. ผู้บริหารสถานศึกษา
  1. เป็นเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  2. เป็นประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา

ศูนย์สคิลเซ็นเตอร์