จิตอาสา
ความสุขที่เลือกได้
ทรงชัย วิมลภัตรานนท์ เป็นนักธุรกิจที่เคยใช้ชีวิตทะเยอทะยาน มุ่งหาเงิน และใช้เงินเพื่อซื้อความสุขจากอบายมุขต่าง ๆ จนกระทั่งเข้าอบรมที่โรงเรียนผู้นำในปี ๒๕๓๘ จึงได้สัมผัสคุณค่าของชีวิตจากการเป็นผู้ให้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทรงชัยอาสามาทำงานช่วยเหลือคนอื่น ๆ เช่น สอนทำอาหารให้กับผู้ที่สนใจโดยไม่รับค่าแรง เพราะเรียนรู้ว่า เมื่อเป็นผู้ให้ ความทะยานอยากยิ่งลดลง และยิ่งให้ด้วยความรักก็ยิ่งอิ่มใจเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินทอง
เสียงเพลงอาสา
หลังจาก นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา ไปเรียนรู้ดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ก็เกิดแรงบันดาลใจชักชวนกลุ่มผู้สูงอายุมาทำงานจิตอาสาในโรงพยาบาล เริ่มจาก ลุงจรัส สร้อยเสริมทรัพย์ วัย ๘๒ ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวาน อาสามาเล่นไวโอลิน เสียงเพลงของลุงจรัสไม่เพียงขับกล่อมให้เพื่อนผู้ป่วยคลายทุกข์ใจ ยังดึงเอาอาสาสมัครนักร้องหญิงทั้งขาประจำและขาจร มาช่วยร้องเพลงคลอไปด้วย แม้จะเป็นเพียงคนเล็ก ๆ แต่เมื่อลุกขึ้นอาสาทำสิ่งดีเพื่อผู้อื่นก็เป็นแรงสำคัญที่ช่วยแต่งเติมสังคมให้เปี่ยมสุขและน่าอยู่ขึ้นได้
ด้วยจิตอาสา
เพราะรู้ว่าในชนบทห่างไกลนั้นขาดแคลนจักษุแพทย์ หน่วยผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่ มูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้วจึงทำ “โครงการผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ” ออกเดินทางไปผ่าตัดตาให้กับผู้สูงอายุยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งจักษุแพทย์ บุคลากรสาธารณสุข ล้วนเป็นอาสาสมัครที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยงานหนักอย่างเต็มใจ รวมถึงผู้บริจาค อุปกรณ์การแพทย์ เวชภัณฑ์ ฯลฯ ก็เข้ามาช่วยด้วยอย่างขันแข็งเพราะพวกเขาได้เรียนรู้สิ่งสำคัญว่า ยิ่งให้ยิ่งได้รับ
เครือข่าย: โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ. สมุทรสาคร
เปิดตา เปิดใจ
ในชนบทมีผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญกับความทุกข์จากโรคต้อกระจก ทั้งที่ยังไม่ได้รับการรักษา และที่ไม่มีโอกาสรักษา เมื่อหน่วยผ่าตัดต้อกระจก มูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้วรุกเข้าไปถึงที่พร้อมทีมจักษุแพทย์และเครื่องมือครบชุด จึงเป็นความหวังของผู้สูงอายุยากจนจำนวนมาก รวมทั้งตาแอ้ ชาวหมู่ ที่เคยทนทุกข์กับการมองไม่เห็นทั้งสองข้าง แต่เมื่อตาข้างขวาได้รับการเปลี่ยนเลนส์ใหม่ ตาแอ้ก็ได้เห็นโลกใหม่อีกครั้ง
เครือข่าย: โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ. สมุทรสาคร
สุขจากการให้
วรเชษฐ์ ศรีวงศ์พันธ์ เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจใช้เวลาว่างในวันหยุด อาสามาเป็นครูสอนสะล้อซอซึงให้กับเด็กตาบอด อย่างทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจโดยไม่คิดค่าตอบแทน เพราะเขาคิดว่าการฝึกเด็กตาบอดเล่นดนตรีได้ จะช่วยกล่อมเกลาให้พวกเขามีความสุข มองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และด้วยความหวังว่า ความดีงามจากการให้ด้วยใจบริสุทธิ์ของเขา จะ
ทำให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นผู้ให้คนอื่นต่อไปในวันข้างหน้า
ให้ด้วยใจเบิกบาน
เมื่อกลุ่มเด็ก ๆ ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนตาบอด จังหวัดลำปาง ได้ยินข่าวอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคเหนือ ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนช่วยเหลือ จึงตัดสินใจฝ่าอุปสรรคทางกาย นำฝีมือการเล่นสะล้อ ซอ ซึง มาบรรเลงให้ผู้คนบริเวณหน้าศาลหลักเมืองฟัง พร้อมเปิดรับบริจาคเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากที่เคยเป็นเพียงผู้รับ วันนี้พวกเขาได้กลับมาเป็นผู้ให้ และยังชักชวนผู้คนในสังคมมาร่วมกันเป็นผู้ให้ด้วย เสียงเพลงและหัวใจที่เบิกบานของเด็ก ๆ จึงช่วยขยายการสร้างความดีออกไปได้อย่างไม่สิ้นสุด
ปลูกปัญญา
นอกจากอาสามาช่วยกันปรับปรุงห้องสมุดของโรงเรียนมงคลวิทยาให้เป็นแหล่งความรู้ที่ทันสมัยและสมวัยกับสามเณร ภายใต้โครงการ “พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ห้องสมุด” แล้ว ทีมบรรณารักษ์จากสำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) และอาสาสมัครวัยเกษียณ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านหลากหลาย ให้ทั้งความรู้และความสนุก เพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์การอ่านของสามเณรให้กว้างขึ้น แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่เหล่าบรรณารักษ์อาสาก็เต็มที่กับทุกกิจกรรม เพราะรู้ว่านี่คือการหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้และปัญญาให้งอกงามขึ้นอีกมุมหนึ่งบนแผ่นดินไทย
เครือข่าย: สำนักหอสมุดกลาง ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) กรุงเทพฯ
เสียงที่เห็น
แม้แววตาของเด็ก ๆ ในโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดธรรมสากลอาจมืดมิด แต่โชคดีที่ยังมีเสียงที่เห็น ด้วยพลังของกลุ่มเด็กคิด เยาวชนนักจัดรายการวิทยุอาสาสมัคร ที่นอกจากร่วมกันทำดีแล้ว ยังขยายความดีต่อด้วยการชักชวนเพื่อน ๆ เยาวชนมาเป็นอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียง ในเวลา ๑ ปี วรรณกรรมเยาวชน ๓๕ เรื่องในแผ่นซีดี ๓๗๐ แผ่นก็พร้อมส่งต่อ ซีดีแต่ละแผ่นไม่ได้บรรจุเพียงเนื้อหาเรื่องราวดี ๆ เท่านั้นแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความรัก ความปรารถนาดีที่ทุกคนลงแรงลงใจผ่านการอ่านเพื่อให้น้อง ๆ ที่พิการทางสายตาได้สัมผัสกับเสียงที่เห็นได้
นักศึกษาอาสา
นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ชั้นปี ๔ ทุกคนต้องลงไปใช้ชีวิตอยู่ในชุมชน ๒ เดือนเต็มก่อนจบหลักสูตร ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ จากวิถีชีวิตของชาวชนบทโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณธรรมและวิถีชีวิตแบบพอเพียง และเมื่ออาสาช่วยเก็บข้อมูล และรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อช่วยชุมชนจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน “โครงการพลิกฟื้นภูมิปัญญานำพาสู่วิถีทางแก้จน” พวกเขายิ่งได้ประสบการณ์ล้ำค่า เป็นทุนของชีวิตที่จะก้าวออกไปเป็นบัณฑิต ผู้ซึ่งพร้อมด้วยความรู้และคุณธรรมในการส่งต่อความดีให้กับคนในสังคม
สัมผัสแห่งรัก
โครงการ “สัมผัสกาย สัมผัสรัก” เป็นหนึ่งในกิจกรรมจิตอาสาของเครือข่ายพุทธิกา มีมูลนิธิสุขภาพไทย สหทัยมูลนิธิ และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนบ้านปากเกร็ด ร่วมกันดูแล เปิดโอกาสให้อาสาสมัครหลากหลายวัย ใช้เวลาว่างสัปดาห์ละครั้ง มาช่วยกันนวดกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็กกำพร้า เพียงสองมือและหัวใจของเหล่าอาสาสมัครก็ช่วยเติมเต็มความรัก ความอบอุ่น ให้กับเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสเหล่านี้ได้มีรอยยิ้ม มีความสุข เป็นทุนชีวิตในการเติบโตต่ออย่างไม่รู้สึกอ้างว้างเกินไป ส่วนอาสาสมัครทุกคนก็ได้รับความสุขจากการเป็นผู้ให้เพื่อเป็นทุนในการทำความดีต่อไป
เครือข่าย: มูลนิธิสุขภาพไทย กรุงเทพฯ
ต้นกล้าคุณธรรม
เพราะหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น จำเป็นต้องมีคุณธรรมเป็นเครื่องกำกับจิตใจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจจึงยกกองนักเรียนนายร้อยมาทำงานจิตอาสา สร้างความสุขกาย สุขใจให้เหล่าคุณตา คุณยายที่สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) ชีวิตที่ห่อเหี่ยวในวัยโรยแรงก็กลับเบิกบาน สดใสขึ้น เมื่อคนวัยหลานมาช่วยป้อนข้าว ป้อนน้ำ ชวนเล่น และชวนคุย ส่วนหลาน ๆ ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มก็ได้เรียนรู้เข้าใจธรรมชาติของชีวิต และเปิดใจเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่างมีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น
เครือข่าย: โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จ. นครปฐม
ความงามที่ใจเห็น
เมื่อนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจมีจิตอาสามาลงแรงปรับภูมิทัศน์ให้กับศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน นอกจากจะเป็นการน้อมใจลงมาฝึกฝนทำหน้าที่ที่แท้จริงของตำรวจ คือการรับใช้ผู้อื่นแล้ว ทุกคนยังได้เรียนรู้ชีวิตของเพื่อนมนุษย์ผู้ด้อยโอกาส ได้เข้าใจ ยอมรับความแตกต่างและเห็นความงดงามของความเป็นมนุษย์ เพราะแม้จะอยู่ในโลกแห่งความมืด แต่พวกเขาเหล่านั้นก็รังสรรค์ความงามที่ใจเห็นออกมาเป็นสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลงานหัตถกรรมจากสองมือที่อ่อนโยน หรือเสียงเพลงที่อ่อนหวาน
เครือข่าย: โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จ. นครปฐม
ศิลปะอาสา
เมื่อหอผู้ป่วยเด็ก สก.16 ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทำ “โครงการอาสาสมัครดูแลเด็กผู้ป่วยเรื้อรัง” แพทย์หญิงพัชรินทร์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง หรือหมอโจ้ ซึ่งเชี่ยวชาญศิลปะบำบัดก็อาสาเอาความรู้มาเยียวยาหัวใจดวงน้อยของเด็ก ๆ เช่น ลำไย วัย ๕ ขวบ ซึ่งทนทุกข์กับมะเร็งต่อมหมวกไตระยะสุดท้าย ความงามของสีสันและพลังแห่งศิลปะเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ลำไยกับแม่ได้มีช่วงเวลาของความสุข และนี่คือสิ่งที่หมอโจ้หวังไว้ในการทำงานอาสานี้อย่างตั้งใจเพราะทุกรอยยิ้มของชีวิตน้อย ๆ ที่เจ็บป่วยเหล่านี้ย้ำเตือนให้รู้ว่า ชีวิตนี้สั้นนักและไม่จีรัง มีเพียงคุณค่าของสิ่งดีที่ทำเท่านั้นที่จะคงอยู่
อาสาสมัครหมอน้อย
เมื่อชุมชนมีปัญหาผู้สูงอายุเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังจำนวนมากและขาดคนดูแล เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยบ้านกุดจานจึงชวนลูกหลานในชุมชนมาช่วยกันดูแลโดยเสริมทักษะความรู้ที่จำเป็นให้ เช่น หลักการเฝ้าระวังอาการพื้นฐาน วิธีตรวจวัดความเปลี่ยนแปลง และการดูแลเบื้องต้น นอกจากช่วยลดความรุนแรงของโรคเรื้อรัง ช่วยเสริมกำลังใจ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนสองวัยในชุมชน เด็ก ๆ ยังได้เรียนรู้เรื่องความเมตตากรุณา ความเสียสละ และความภาคภูมิใจในตนเอง จากการทำงานด้วยจิตอาสาเป็นประจำสม่ำเสมอ
ละอ่อนอาสา
เด็กนักเรียนโรงเรียนแม่ริมวิทยาคมกลุ่มหนึ่งรวมตัวกัน เรียกตัวเองว่า “กลุ่มเติมฝันปันรอยยิ้ม” อาสาทำความดีด้วยการไปเยี่ยม ไปแบ่งปันความรักและให้กำลังใจน้อง ๆ กำพร้าที่บ้านเด็กชายเชียงใหม่ เพราะได้แรงบันดาลใจจากการเข้าค่าย “จิตอาสา ต้นกล้าคุณธรรม” ในโครงการ “ละอ่อนอาสาพัฒนาสังคมคุณธรรม” ที่โรงเรียนจัดขึ้น ประสบการณ์จากค่ายทำให้เด็ก ๆ กล้าก้าวออกไปเรียนรู้โลก เรียนรู้ความสุข และคุณค่าของการมีชีวิตด้วยประสบการณ์จริงของตนเอง
เครือข่าย: โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม จ. เชียงใหม่
อาสาพาเดิน
หลังจากไปเรียนรู้ดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรีก็กลับมาประกาศนโยบายโรงพยาบาลคุณธรรมขึ้น ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรคิดดี ทำดีขึ้นมากมาย เช่น กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู ทำโครงการ “ขาเทียมแก่ผู้พิการในชุมชนห่างไกล” ขึ้น โดยใช้เวลาในวันหยุดออกตระเวณไปค้นหา และช่วยทำขาเทียมให้ผู้พิการที่ด้อยโอกาสเพราะอยากช่วยให้พวกเขาสามารถพึ่งตนเองในการดำเนินชีวิตมากขึ้น
ยุวชนจิตอาสา
กิจกรรม “ยุวชนจิตอาสา” เป็นหนึ่งในโครงการ “จิตอาสาเพื่อสังคม” ของโรงเรียนบ้านหนองตาบ่ง เพื่อปลูกฝังคุณธรรมให้กับเด็ก ๆ เมื่อถึงวันจิตอาสาของแต่ละเดือนทุกคนจะมาร่วมกันฝึกฝนการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน กิจกรรมวันนี้ คือ การพาเด็กไปทำบุญและเลี้ยงอาหารคนป่วยที่วัดวังขนาน ซึ่งรับดูแลผู้ป่วยโรคอัมพาตกว่า ๗๐ ชีวิต ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง บทเรียนคุณธรรมที่เด็ก ๆ ได้จากประสบการณ์ตรงในการทำกิจกรรม คือความสามัคคีของคนในชุมชนที่มาช่วยกันจัดเตรียมงาน ความเมตตากรุณาที่พวกเขาได้ลงมือดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงบทเรียนสำคัญเรื่องความกตัญญู
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านหนองตาบ่ง จ. กาญจนบุรี
พ่อแม่อุปถัมภ์
เมื่อพบว่าเด็กนักเรียนไม่ต่ำกว่า ๑ ใน ๓ ของโรงเรียนมาจากครอบครัวที่ขาดพ่อแม่ จึงมีปัญหาด้านพฤติกรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ก็เกิดแนวคิดที่จะใช้ฐานทุนความสัมพันธ์กับชุมชนที่มีอยู่ เปิดรับคนที่มีความพร้อมและมีจิตอาสามาเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์เพื่อเติมช่องว่างในใจของเด็ก ๆ ให้เต็มด้วยความรัก เพราะรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดต่อการเติบโตของเด็กทุกคน คือ การมีคนที่พวกเขารักและพร้อมที่จะรักพวกเขา
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านหนองตาบ่ง จ. กาญจนบุรี
จิตอาสาเกื้อกูลชุมชน
ปี ๒๕๕๐ ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับศูนย์ประสานงานชมรมสร้างสุขเพื่อสังคม ทำโครงการ “สร้างเสริมคุณธรรม นำจิตอาสา เกื้อกูลชุมชน” ขึ้น กลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุบ้านโฮ่งมะค่า อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำงานอย่างสม่ำเสมอตลอด ๑ ปีเต็ม จนกระทั่งโครงการหมดวาระลงแล้ว แต่เหล่าอาสาสมัครยังคงทำหน้าที่ต่อไปด้วยความเต็มใจ ทำให้คนในชุมชนเริ่มรับรู้ถึงพลังความดี และเริ่มหันกลับมาเกื้อกูลดูแลซึ่งกันและกัน จิตอาสาของเหล่าอาสาสมัครนี้จึงเป็นจุดเริ่มนำคุณธรรมคืนกลับมาสู่วิถีชุมชนอีกครั้ง
จิตอาสาเพื่อความสุข
อาจารย์ประพงศ์ ชูตรัง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ไปดูงานด้านจิตอาสาที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวันมาแล้ว ก็เกิดแรงบันดาลใจทำโครงการจิตอาสาพาเด็กออกไปบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชนทุกวันหยุด เช่น กวาดลานวัด จัดห้องสมุด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ สนุกสนาน มีความสุขและรู้สึกว่าการทำความดีเป็นเรื่องง่าย และอยากทำต่อไปเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมที่สนุกและได้ผล
เครือข่าย: โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จ. นครศรีธรรมราช
รากเหง้าจิตอาสา
ทุกคนในชุมชมบ้านหนองพลวง ตำบลดงเคร็ง จังหวัดขอนแก่น ต่างรู้จักพ่อขาว เฉียบแหลม ว่าเป็นคนขยันมีน้ำใจ ทำงานสาธารณะทุกอย่างด้วยจิตอาสา เป็นทั้งภารโรงของหมู่บ้าน นักปลูกต้นไม้ในวัด หมอยาสมุนไพร ครูของลูกหลาน และยังเป็นผู้นำในการรักษาป่าชุมชน การอุทิศตนอาสาทำสิ่งดีมาตลอดชีวิต ทำให้พ่อขาวเป็นผู้นำที่ทุกคนรัก นับถือและยกย่องให้เป็นรากเหง้าจิตอาสาของหมู่บ้าน เป็นแบบอย่างดีของลูกหลาน
ดนตรีอาสา
เพราะรู้ว่าดนตรีมีพลังในการเยียวยา นิรพิทธ์ ศุภพิศาล นักเปียโนผู้พิการทางสายตา พงษ์พิพัฒน์ มณฑา นักไวโอลิน และวนิดา ชาติวงศ์ นักร้อง ทั้งสามคนต่างวัย ต่างประสบการณ์ แต่มีจิตใจตรงกัน คือ อยากทำสิ่งดี ๆ เพื่อคนอื่น จึงอาสามาร่วมกันบรรเลงบทเพลงไพเราะให้ผู้ป่วยและผู้คนในโรงพยาบาลศิริราชฟังเป็นประจำทุกเที่ยงวันจันทร์และวันศุกร์ ทั้งเล่นและร้องอย่างอย่างตั้งใจที่จะส่งพลังความสุขไปให้คนฟัง จึงทำให้ทุกคนลืมความอ่อนล้า ความเจ็บป่วย กลับมาเบิกบานและมีความอิ่มใจไปด้วยกันทั้งผู้เล่นและผู้ฟัง
ทำดีไม่ยาก ง่ายนิดเดียว
จากความรู้สึกอยากสร้างสังคมดีให้เกิดขึ้นรอบตัว อาจารย์ สกรรจ์ รอดคล้าย จึงชวนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลากลุ่มหนึ่งลงมือทำความดีง่าย ๆ ใกล้ตัว เริ่มจากช่วยกันเก็บกวาดขยะทุกเช้า ช่วยอาจารย์ถือของเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือรวมตัวกันไปเก็บจาน เช็ดโต๊ะที่โรงอาหารกลาง เพื่อให้คนที่มากินทีหลังได้มีที่นั่งสะอาด ไม่น่าเชื่อว่าการลงมือทำความดีง่าย ๆ กลับต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย แต่เมื่อได้ทำและทำได้ก็ตอกย้ำให้ทุกคนเข้มแข็งขึ้นจากภายใน และยิ่งเชื่อมั่นว่าพลังความดีสามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้นได้
- Printer-friendly version
- Login or register to post comments




























