สารคดีชุด ดอกไม้บาน สื่อสารความดี เป็นรายการสารคดีเล็ก ๆ ความยาว ๓ นาที ออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๘ จนถึงเมษายน ๒๕๕๒ อำนวยการผลิตโดย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) เพื่อนำเสนอความดีงามที่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของศูนย์คุณธรรม และจากมุมต่าง ๆ ของสังคมไทย และได้จัดทำหนังสือและวีดิทัศน์ ดอกไม้บาน สื่อสาร ๑๕๙ ความดี เพื่อรวบรวมเนื้อหาต่าง ๆ ของรายการไว้ให้เป็นหมวดหมู่
เมื่อเด็กวัยรุ่นในเมืองใหญ่อย่างนักเรียนชั้นมัธยมปลายของโรงเรียนพระหฤทัย นนทบุรี เข้าร่วมกิจกรรม “ค่ายพุทธบุตร พุทธธรรม” ที่วัดปัญญานันทาราม พวกเขาได้ทดลองใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบ พร้อมกับเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาตลอด ๓ วันเต็ม จึงทำให้เห็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ได้สาระและข้อคิดดี ๆ ที่ช่วยเตือนสติและเป็นหลักยึดเหนี่ยวเมื่อต้องกลับไปใช้ชีวิตตามปกติในวิถีเมืองอันสับสนวุ่นวาย
เครือข่าย: วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี
“ค่ายพุทธบุตร พุทธธรรม” เป็ นกิจกรรมหนึ่งของวัดปัญญานันทาราม เพื่ออบรมธรรมะให้กับเด็กและเยาวชน กระบวนการเรียนรู้ในค่าย มีทั้งการชวนคิด ชวนตั้งคำถาม และให้ปฏิบัติด้วยตนเอง ทำให้เด็ก ๆ เข้าใจและเข้าถึงคุณค่าของหลักธรรมในพุทธศาสนาได้จริง
เครือข่าย: วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี
แม้จะเป็นเด็กกำพร้าและยากจน ญาณกิรติ ศรีชะอุ้ม ก็ไม่ต่างจากเด็กวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวเตร่ และหลงใหลการเล่นเกม จุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้น เมื่อเรียนรู้การทำบัญชีครัวเรือนจากโรงเรียน และนำกลับมาทำ จึงพบว่ารายได้ของครอบครัวติดลบ ค่าใช้จ่ายส่วนเกินหมดไปกับค่าน้ำมันรถและการเล่นเกม รวมถึงค่าเบียร์ที่ยายดื่มเป็นประจำ เขาจึงคิดได้ว่า หากต้องการมีเงินเก็บไว้เรียนต่อ จะต้องตั้งใจเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เลิกเที่ยว และใช้จ่ายอย่างประหยัด รวมถึงชวนยายให้ลดการดื่มเบียร์ บัญชีครัวเรือนจึงเป็นเครื่องมือดีที่ช่วยเพิ่มปัญญาและความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว
เครือข่าย: โครงการสัจจะสะสมทรัพย์เพื่อการพัฒนา จ.ตราด
“กลุ่มไอเดีย” เป็นการรวมกลุ่มของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่มีพลังในการสร้างสรรค์สังคม พวกเขารวบรวมตัวแทนนักเรียนชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนต่าง ๆ กว่า ๖๐ คน มาทำค่าย “รวมนักคิด ใส่ความรู้ สร้างความดี” เพื่อพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้นำที่พร้อมทั้งคุณธรรมและความสามารถ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เน้นการฝึกเป็นนักคิด วิทยากร และการทำงานร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติเองแล้ว ยังได้เรียนรู้ผ่านตัวอย่างการทำงานของสมาชิกในกลุ่มไอเดียด้วย
เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งของโรงเรียนสัมมาสิกขาศรีษะอโศก สนใจการเผาถ่านด้วยเตาเผาอิวาเตะของชุมชน พวกเขาจึงศึกษาหาความรู้ทั้งจากตำรา ผู้รู้ และลงมือปฏิบัติด้วยตนเองทุกขั้นตอน โดยนำกระบวนการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การจดบันทึก และการคำนวณ มาร่วมด้วย เป็นการบูรณาการการเรียนรู้ด้านวิชาการโดยต่อยอดจากฐานชีวิตของชุมชน นี่คือตัวอย่างของการศึกษาที่เป็นเนื้อเดียวกับวิถีชีวิตจึงทำให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และสามารถพึ่งตนเองได้
เครือข่าย: ชุมชนศรีษะอโศก จ.ศรีสะเกษ
เยาวชนจากหลายโรงเรียนในตัวจังหวัดอุบลราชธานี เข้าร่วมกิจกรรมค่าย “เยาวชน คนสร้างชาติ” เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามวิถีพึ่งตนเองที่อยู่ในกรอบของหลักธรรม โดยมีเยาวชนจากโรงเรียนสัมมาสิกขาเป็นพี่เลี้ยง ตลอดเวลา ๔ คืน ๕ วัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรของคนวัยเดียวกัน เยาวชนจากต่างที่และต่างวัฒนธรรมก็ได้แลกเปลี่ยนเติมเต็มซึ่งกันและกัน เกิดเป็นประสบการณ์การเรียนรู้คุณธรรมที่สนุกและได้ผล
เครือข่าย: ชุมชนราชธานีอโศก จ. อุบลราชธานี
เอกนิกร เนาว์ถึง เป็นนักเรียนที่เคยเข้าร่วมโครงการ “สายธารธรรม” ซึ่งเป็นการอบรมเพื่อพัฒนาจิต ทำให้ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ตนเคยทำผิดพลาด จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใหม่ คือเลิกเหล้า ตั้งใจเรียน และช่วยงานบ้านมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
เครือข่าย: โครงการสายธารธรรม จ. นครราชสีมา
กิจกรรม “ค่ายผู้นำเยาวชน SOS” (Seeds of Spirituality) ที่จัดขึ้นโดยเสถียรธรรมสถานร่วมกับพันธมิตรองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นหนึ่งในกระบวนการบ่มเพาะคุณธรรมในตัวเยาวชน โดยเฉพาะการทำงานอาสารับใช้สังคม ซึ่งไม่ได้ใช้เพียงแค่กำลังกาย แต่ยังต้องอาศัยจิตใจที่สงบเย็น ไม่ขุ่นมัว จึงจะส่งผลให้การทำงานสร้างสรรค์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างมีพลัง
เครือข่าย: เสถียรธรรมสถาน กรุงเทพฯ
พระมหาสมโชค ธีรธมฺโม ค้นพบว่า การสอนธรรมะผ่านศิลปะเป็นวิธีได้ผล จึงเปิดสอนศิลปะให้กับเด็กและบุคคลทั่วไปเป็นประจำในโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ โดยศูนย์คุณธรรมได้เข้าไปสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น และปรับปรุงให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ศิลปธรรมต้นแบบ” ที่ทำหน้าที่เผยแพร่คุณธรรมผ่านการเรียนศิลปะได้กว้างขวางขึ้น
เครือข่าย: ศูนย์การเรียนรู้ศิลปธรรมต้นแบบ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี
ในชั่วโมงศิลปธรรม พระมหาสมโชค ธีรธมฺโม กำหนดหัวข้อ “บ้านของเรา” ให้เด็ก ๆ วาดรูปและระบายสี เมื่อเวลาผ่านไป ๔ ชั่วโมง บ้านหลายหลังก็สำเร็ จ ออกมาอย่างสมบูรณ์ เช่น น้องเกด ศิษย์รุ่นบุกเบิกของหลักสูตรศิลปธรรม วาดภาพบ้านที่อบอวลไปด้วยรักและความอบอุ่นของครอบครัว ชั่วโมงศิลปธรรมจึงเป็นกิจกรรมที่นำเด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องความดีและความจริงอย่างง่าย ๆ ได้ทั้งปัญญา สมาธิ ความอดทน และความตั้งใจเพื่อให้การทำงานนั้นสำเร็จ รวมถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขของครอบครัว
เครือข่าย: ศูนย์การเรียนรู้ศิลปธรรมต้นแบบ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี
ในการอบรมภาวนา “สู่ศานติ สมานฉันท์” ซึ่งนำโดยท่านติช นัท ฮันห์ และพระภิกษุ ภิกษุณี จากหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มีแนวทางการปลูกฝังธรรมะแก่ เด็กด้วยวิธีการง่าย ๆ คือ ประยุกต์การปฏิบัติเข้ากับกิจกรรมหลากหลายในวิถีชีวิต เช่น การภาวนากับผลส้มก่อนที่จะกิน ซึ่งช่วยฝึกฝนทั้งการมองอย่างลึกซึ้ง การคิดอย่างเชื่อมโยง และการกินอย่างมีสติ ไปจนถึงความกตัญญูรู้คุณต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติที่มีส่วนเกื้อกูลต่อชีวิตของเรา
ทุกวันอาทิตย์ที่ ๔ ของเดือน บ้านอารีย์จะจัดกิจกรรม “ครอบครัวสุขสันต์” ขึ้น เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตในวิถีเมืองใหญ่ มีโอกาสซึมซับธรรมะ ได้ใกล้ชิดพระสงฆ์ และรู้จักปฏิบัติตัวในฐานะชาวพุทธอย่างถูกต้อง มีการจัดเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างแยบคาย เช่น การเล่านิทานชาดก การทำงานศิลปะ และการทำขนม พร้อมไปกับการสวดมนต์ ไหว้พระ ฟังธรรม และถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ซึ่งนอกจากครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว เด็ก ๆ ยังได้เห็นตัวอย่างดีจากพ่อแม่ เรียนรู้และซึมซับธรรมะอย่างสนุกสนาน กิจกรรมครอบครัวสุขสันต์จึงตรงใจพ่อแม่รุ่นใหม่ที่ต้องการให้ลูกมีธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจท่ามกลางการเติบโตในโลกที่วุ่นวายสับสน
เครือข่าย: บ้านอารีย์ กรุงเทพฯ
ห้องสมุดของโรงเรียนมงคลวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำของสามเณรในจังหวัดระยอง มีสภาพทรุดโทรมและขาดการดูแล หนังสือส่วนใหญ่มีเนื้อหาล้าสมัย ทีมบรรณารักษ์จากสำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) จึงอาสานำความรูและประสบการณ์ของมืออาชีพ มาช่วยปรับปรุงห้องสมุด ทั้งสภาพแวดล้อมและการจัดระบบหนังสือ ส่วนศูนย์คุณธรรมก็สนับสนุนงบประมาณจัดหาหนังสือใหม่ หลากหลายเนื้อหากว่าหนึ่งพันเล่มเพื่อให้เป็นคลังความรู้ที่เหมาะสมในการบ่มเพาะปัญญาแก่เหล่าสามเณร
เครือข่าย: สำนักหอสมุดกลาง ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) กรุงเทพฯ
เมื่อห้องสมุดโรงเรียนมงคลวิทยาได้รับการปรับปรุงใหม่และเปิดโอกาสให้สามเณรมีส่วนร่วมคัดเลือกหนังสือที่ชื่นชอบเข้าห้องสมุดด้วยตนเอง ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีจิตอาสามาช่วยกันดูแลห้องสมุด ตั้งแต่งานบริการ งานจัดทำเลขหมู่หนังสือและลงฐานข้อมูลสำหรับสืบค้น งานซ่อมแซมหนังสือเก่า ทำปกหนังสือใหม่ จนถึงงานทำความสะอาดและตรวจนับจำนวนหนังสือบนชั้นวาง เพราะตระหนักดีว่าหนังสือทุกเล่ม คือ เพื่อนช่วยฝึกสมาธิ เสริมสร้างทักษะ ให้ความรู้ และผ่อนคลาย เป็นขุมทรัพย์เล็ก ๆ ที่สามเณรทุกคนรักและยินดีช่วยกันดูแล ห้องสมุดที่ปรับปรุงใหม่นี้จึงเป็นทั้งคลังความรู้และเครื่องมือฝึกตนให้กับเหล่าสามเณร
เครือข่าย: สำนักหอสมุดกลาง ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) กรุงเทพฯ
เด็ก ๆ จากชมรมอนุรักษ์ฯ และชมรมรักษ์ต้นไม้ โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา ทั้งสมาชิกเก่าที่เคยเข้าค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและค่ายพัฒนาคุณธรรมมาแล้ว และน้องใหม่ของชมรม ต่างอาสามาช่วยทำฝายกั้นน้ำร่วมกับชุมชนในป่าพรุควนเคร็งด้วยความตั้งใจดี จึงได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ของระบบนิเวศน์ที่เชื่อมร้อยเกื้อกูลกันตลอดสาย จากป่าพรุถึงคนลุ่มน้ำทะเลสาบ คนทำนาถึงคนชายฝั่งทะเล และตระหนักว่าการจัดการน้ำต้องอาศัยทั้งความรู้ ภูมิปัญญา และคุณธรรม เพื่อให้เกิดการเกื้อกูลกับทุกฝ่าย จึงจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าที่เด็ก ๆ ในชุมชนป่าพรุได้เรียนรู้จากการลงมือทำหน้าที่เล็ก ๆ ของตัวเอง
เครือข่าย: เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช
ในวิชาสังคมของนักเรียนชั้น ป.๖ โรงเรียนบ้านเสียว เด็ก ๆ ออกไปเรียนรู้ในป่าชุมชนโนนใหญ่ โดยมี พ่อสมัย ราชเจริญ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นคนดีต้นแบบของตำบลเสียวเป็นผู้ให้ความรู้เรื่องวิถีหาอยู่หากินของคนโนนใหญ่ที่ผูกพันกับป่ามาช้านาน ทำให้เด็กรู้ซึ้งถึงคุณค่าของป่า และตระหนักถึงหน้าที่ที่ต้องช่วยกันปกป้องรักษาป่าและวิถีชุมชนสืบต่อไป
เครือข่าย: วิทยาลัยการจัดการทางสังคม ภาคอีสาน
พระครูปลัดสมบูรณ์ สุมังคโล เจ้าอาวาส วัดป่าธรรมศิลาราม ชวนเด็ก ๆ ตั้งชมรมจักรยานใจวิเศษขึ้น เพื่อพากันไปเรียนรู้ธรรมะนอกสถานที่ทุกวันเสาร์ เป็นกระบวนการเรียนรู้ธรรมะจากของจริงที่สนุกสนาน เด็ก ๆ ช่วยกันเลือกว่าจะออกไปทำความดีที่ไหน เช่น ไปช่วยเก็บขยะที่ตลาด พวกเขาได้เรียนรู้ตั้งแต่การปั่นจักรยานอย่างมีสติ ความรับผิดชอบเรื่องการทิ้งขยะ ความสุขจากการทำความดีแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย ซึ่งกิจกรรมทุกวันเสาร์นี้ ทั้งพระครูเจ้าอาวาส พระลูกวัด ลูกศิษย์ และชาวบ้านในชุมชนมาช่วยกันเป็นพี่เลี้ยง เด็กจึงใกล้ชิด ชุมชน และวัด ก่อนเลิกกิจกรรมยังได้สงบนิ่งเพื่อทบทวนสิ่งดีที่ทำมาตลอดวัน ทำให้เรียนรู้ว่าธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัว ลงมือปฏิบัติได้ไม่ยากและดีต่อทุกคน
เครือข่าย: วัดป่าธรรมศิลาราม จ. บุรีรัมย์
นักศึกษาน้องใหม่ทุกคนของคณะวิจิตรศิลป์ และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะต้องเข้าร่วมโครงการ “เรียนรู้ร่วมกัน สร้างพลังสู่สังคม” ซึ่งจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ทุกคนจำลองตัวเองเป็นผู้พิการ และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้พิการตัวจริงจากศูนย์การดำรงชีวิตอิสระ สมาคมคนพิการทุกประเภท จังหวัดนครปฐม เพื่อเรียนรู้คุณค่าและความหมายของชีวิต เป็นบทเรียนแรกที่ช่วยวางฐานใจของนักศึกษาน้องใหม่ให้ก้าวต่อไปได้อย่างไม่ย่อท้อ
พระมหาบุญมี ฐิตธมฺโม เจ้าอาวาสวัดสบลืน ชักชวนคนในชุมชนทั้งผู้ใหญ่และเด็ก มาร่วมคิดและร่วมปรับปรุงอาคารของโรงเรียนร้างที่เคยเป็นแหล่งมั่วสุมอบายมุขให้กลายเป็น “ศูนย์เรียนรู้คุณธรรม วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นวัดสบลืน” มีทั้งห้องสมุด ห้องพิพิธภัณฑ์ ห้องคีตาคุณธรรม ฯลฯ และทุกวันหยุดยังจัดกิจกรรมดี ๆ มากมาย เช่น การสอนดนตรีล้านนาโดยศิลปินพื้นบ้านในชุมชน การนำชมพิพิธภัณฑ์โดยวิทยากรเยาวชนที่อาสากันมา ศูนย์เรียนรู้คุณธรรมฯ วัดสบลืนจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้รู้จักและเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ จนเกิดความภูมิใจและความผูกพันในถิ่นฐานบ้านเกิด พร้อมที่จะกลับมาช่วยกันพัฒนาต่อไปในอนาคต
เครือข่าย: ศูนย์เรียนรู้คุณธรรมฯ วัดสบลืน จ.ลำปาง
โรงเรียนสัตยาไส มีเป้าหมายสร้างเด็กให้เป็นคนดี จึงบูรณาการเรื่องคุณธรรมเข้าไปในทุกรายวิชาและทุกกิจกรรม เพื่อให้เป็นกระบวนการปลูกฝังความดีที่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับวิถีชีวิตในโรงเรียน เช่น การสวดมนต์ การฟังนิทานสร้างสรรค์ การฝึกสมาธิจนเป็นวิถีปฏิบัติ และใช้ความรักความเมตตาของครูเป็นแรงหนุนให้เด็ก ๆ มีความสุขกับการเรียนรู้จนเกิดเป็นปัญญา เพราะเชื่อมั่นว่าด้วยกระบวนการเช่นนี้จะทำให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข และมีคุณธรรมเป็นรากฐานมั่นคงของชีวิต
เครือข่าย: โรงเรียนสัตยาไส จ.ลพบุรี
แนวทางวิถีพุทธของโรงเรียนบ้านแม่จ้อง คือการสร้างคนให้มีหลักพุทธธรรมเป็นวิถีในการใช้ชีวิต โดยนำแก่นธรรม หลักไตรสิกขา ได้แก่ศีล สมาธิ ปัญญา มาบูรณาการการเรียนรู้ลงสู่ตัวเด็กด้วยกิจกรรรมอันหลากหลาย เช่น การนั่งสมาธิก่อนเข้าเรียน การพิจารณาอาหาร การฝึกการวิเคราะห์ข่าวตามหลักศีล ๕ หรือ การกินอาหารมังสวิรัติทุกวันจันทร์เพื่อรักษาศีลข้อ ๑ เป็นต้น ซึ่งทุกกิจกรรมเด็กแม่จ้องทุกคนทำได้อย่างไม่ขัดฝืน เพราะได้เรียนรู้และเข้าใจในเหตุและผลของสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านแม่จ้อง จ. เชียงใหม่
ในเวลาว่าง เด็ก ๆ โรงเรียนบ้านแม่จ้องจะจับกลุ่มกันฝึกสะล้อ ซอ ซึง นักเรียนรุ่นพี่ที่พอมีฝีมือ ก็จะอาสารับผิดชอบสอนรุ่นน้องที่เพิ่งหัดอย่างตั้งใจ กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเสริมทักษะการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธที่โรงเรียนจัดขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนที่อยากให้ลูกหลานสืบสานภูมิปัญญาดนตรีล้านนา นอกจากเด็กจะค้นพบความสามารถของตนเองจนเกิดความภูมิใจแล้ว การเล่นดนตรียังช่วยฝึกสมาธิ และคุณธรรมพื้นฐาน เช่น ความอดทน ความพยายาม และความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านแม่จ้อง จ. เชียงใหม่
ทุกวันศุกร์ โรงเรียนบ้านแม่จ้องจะเชิญ “อุ๊ย” หรือผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนมาเป็นครูถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านให้แก่เด็ก ๆ เช่น การตัดตุงไส้หมูซึ่งเป็นของประดับในงานบุญล้านนา การเย็บบายศรี การจักสานตะกร้าใช้เอง หรือการนวดเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่ เป็นต้น เด็กได้ทั้งความรู้ด้านวัฒนธรรมและวิชาชีพ รวมถึงได้ซึมซับสิ่งสำคัญที่ซ่อนอยู่ในภูมิปัญญาของอุ๊ยทั้งหลาย คือ คุณธรรมในการทำงาน และการดำรงชีวิต
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านแม่จ้อง จ. เชียงใหม่
โครงงาน “หมากรุกไทย สร้างความคิด สร้างปัญญา พัฒนาคุณธรรม” คือกิจกรรมที่โรงเรียนสายน้ำทิพย์สนับสนุนให้เด็ก ๆ ใช้เวลาในยามว่างให้เกิดประโยชน์ เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะทางด้านการคิดแล้ว ยังช่วยปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้แก่เด็ก เช่น การรู้แพ้รู้ชนะ การแก้ปัญหา ความรอบคอบ ความอดทน และมีสมาธิ
เครือข่าย: โรงเรียนสายน้ำทิพย์ กรุงเทพฯ
ที่ผ่านมาโรงเรียนหนองหนอนเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ขาดแคลนงบประมาณ แต่เมื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ก็พบว่า โรงเรียนมีฐานทุนทรัพยากรธรรมชาติที่พรั่งพร้อม คือ มีดิน มีน้ำ และมีความรู้ ครูกับนักเรียนจึงช่วยกันทำเกษตรเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงทุนจากธรรมชาติที่มีบูรณาการเข้ากับการเรียน และยังทำให้มีอาหารดีกินอิ่มท้อง มีเหลือขายเป็นรายได้คืนกลับมาเป็นทุนเพื่อใช้พัฒนาต่อยอดไปได้อีก ทั้งหมดหมุนเวียนเป็นวิถีชีวิตแบบพอเพียงในโรงเรียนที่เด็กเรียนรู้และสัมผัสได้จริง
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านหนองหนอน จ. นครศรีธรรมราช
โรงเรียนแม่ริมวิทยาคมสร้างบ้านพักให้เด็กชาวเขาจากบ้านแม่โต๋ซึ่งอยู่บนดอยสูงมาอยู่เป็นนักเรียนกินนอน นอกจากเรียนหนังสือแล้ว แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งงานในบ้านและงานนอกบ้านที่คุณครูพาทำ คือ “โครงการส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง” พื้นที่ที่เคยรกร้างในโรงเรียนเปลี่ยนเป็นแปลงปลูกผัก เลี้ยงปลา กบ ไก่ ฯลฯ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและยังมีรายได้เพิ่ม เป็นวิถีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงที่เด็ก ๆ เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ได้ทั้งความรู้และฝึกความรับผิดชอบ ปัจจุบันแปลงพืชผักและเลี้ยงสัตว์กลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญให้กับคนอื่น ๆ อีกมากมาย
เครือข่าย: โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม จ. เชียงใหม่
การจัดทำวารสาร “ลายสือเส้นสีรุ้ง” เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ละอ่อนอาสาพัฒนาสังคมคุณธรรม” นักเรียนจากหลายโรงเรียนรวมตัวกันเป็นเครือข่ายเยาวชนเส้นสีรุ้ง ช่วยกันจัดทำวารสาร โดยเปิดกว้างให้ทุกคนค้นหาแง่มุมดีในชีวิตประจำวัน หรือลงไปเรียนรู้เรื่องราวดี ๆ ที่มีมิติเชิงคุณธรรม เช่น เรื่องของคนในครอบครัว คนในชุมชน แล้วนำมาถ่ายทอดเป็นบทความ มีกองบรรณาธิการเป็นหลักในการคัดสรรบทความที่ส่งเข้ามาและนำมาจัดทำเป็นวารสาร รูปเล่มสวยงาม และมีสาระข้อคิดเพื่อให้เป็นสื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกมากมาย กระบวนการทำวารสารทั้งหมดฝึกทั้งทักษะการคิด การเขียน และการทำงานร่วมกัน รวมถึงการหล่อหลอมความคิดเชิงคุณธรรมลงไปในจิตใจด้วย
เครือข่าย: โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม จ. เชียงใหม่
โรงเรียนบ้านห้วยโผเป็นโรงเรียนของชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกผันกับป่า ครูจึงเห็นความสำคัญที่จะปลูกจิตสำนึกให้เด็กรักป่า เริ่มจากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่นำทรัพยากรจากป่าชุมชนที่อยู่ติดกับโรงเรียนมาสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะจากเศษใบไม้แห้ง ผ้าทอมือสีหวานที่ทำมาจากเปลือกไม้ที่เด็กเข้าไปเลือกเก็บเองในป่า เป็นกิจกรรมง่ายที่ใช้ทรัพยากรใกล้ตัวและความรู้ภูมิปัญญาของท้องถิ่น มาปลูกฝังและบ่มเพาะให้เด็ก ๆ เกิดความรักหวงแหนธรรมชาติ และเข้าใจถึงความสำคัญที่จะช่วยกันรักษาป่าไว้
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านห้วยโผ จ. แม่ฮ่องสอน
โรงเรียนบ้านห้วยโผจัด “ค่ายสายใยครอบครัวคนรักษ์ป่า” ขึ้นเพื่อให้ผู้ปกครองและเด็ก ๆ เกิดความผูกพันกันในการดูแลรักษาป่า กิจกรรมของค่ายมีทั้งการเดินตามคนเฒ่าคนแก่ออกไปศึกษาสมุนไพร ร่วมคิดแผนการดูแลรักษาป่า และลงแรงช่วยกันสร้างฝายเพือชะลอความชุ่มชื้นคืนกลับสู่ผืนป่า กิจกรรมค่ายครั้งนี้จึงช่วยกระชับความสัมพันธ์ของครอบครัว ชุมชน และเรียนรู้เข้าใจร่วมกันว่า คนพึ่งป่า ป่าก็พึ่งคน เป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ที่ต้องรักษาสมดุลไว้เช่นเดียวกับครอบครัวของคนห้วยโผ
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านห้วยโผ จ. แม่ฮ่องสอน
โรงเรียนหนองพลวงมิตรประชา ตั้งเป้าหมายว่าอยากสร้างเด็กให้เป็นคนดี จึงมีแนวคิดสร้างโรงเรียนให้เป็นอาณาจักรคุณธรรม ทุกกระบวนกิจกรรมมุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรมลงในใจครูและเด็ก เริ่มด้วยกิจกรรมง่าย ๆ ในทุกเช้า เด็กจะเลือกเก็บดอกไม้สวยจากบ้านมาให้คุณครู เป็นการเริ่มต้นทุกวันใหม่ด้วยการแบ่งปันความรักความเมตตา แล้วจึงร่วมทำกิจกรรมดีไปพร้อมกัน ทั้งสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา ฟังนิทานความดี และเสริมสร้างพลังกายด้วยโยคะซึ่งปรับประยุกต์ให้มีท่าทบทวนคุณธรรม ๘ ประการ ทั้งหมดนี้เป็นการจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เติบโตขึ้นท่ามกลางความรักและความดี
เครือข่าย: โรงเรียนหนองพลวงมิตรประชา จ. ขอนแก่น
ทุกวันที่ ๑๕ ของเดือน ที่โรงเรียนหนองพลวงมิตรประชาเป็นวันจิตอาสา ให้คนในชุมชนเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับลูกหลานในโรงเรียน บ้างก็อาสาเอาภูมิปัญญาดี เช่น การเล่นดนตรี การทำอาหาร การจักสาน และการเกษตรมาถ่ายทอดให้ บ้างก็อาสาเอาแรงกายและความเชี่ยวชาญงานช่างมาช่วยซ่อมแซมอาคารเรียนที่ชำรุด วันจิตอาสาจึงเต็มไปด้วยกิจกรรมสนุก ๆ ได้ทั้งความรู้และความรัก นี่คือสังคมดีที่โรงเรียนและชุมชนช่วยกันสร้างเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานเติบโตอย่างมั่นคง
เครือข่าย: โรงเรียนหนองพลวงมิตรประชา จ. ขอนแก่น
เพราะความไม่รู้และการเก็บผิดวิธี ผักหวานป่าที่เคยมีมากในชุมชนจึงลดลงอย่างรวดเร็ว โรงเรียนสีคิ้วหนองหญ้าขาวจึงคิดกิจกรรมอนุรักษ์ผักหวานป่าขึ้น ให้เด็ก ๆ เรียนรู้และลงมือปลูกต้นผักหวานป่าด้วยตนเอง ผักหวานป่าเป็นพืชที่โตช้าและมีระบบรากอ่อนแอ แต่ด้วยความรัก เอาใจใส่จนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีเก็บและการดูแลที่ถูกต้อง ทำให้ผักหวานป่าแตกยอด แข็งแรงพร้อมขยายพันธุ์คืนสู่ชุมชน การดูแลต้นผักหวานป่าจึงฝึกฝนทั้งความรับผิดชอบและช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ประณีตอ่อนโยน เมื่อผักหวานป่าเติบโตงอกงาม หัวใจของเด็ก ๆ ก็เติบโต งอกงามด้วยเช่นกัน
เครือข่าย: โรงเรียนสีคิ้วหนองหญ้าขาว จ. นครราชสีมา
โรงเรียนสีคิ้วหนองหญ้าขาวจัดให้ทุกวันพุธเป็นวันกิจกรรมอิสระที่เด็กเลือกทำได้ตามความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียนเสริมทักษะทางวิชาการ ฝึกงานอาชีพ เล่นกีฬา หรือออกไปเรียนรู้ในชุมชนกับคนดีต้นแบบ เช่น ลุงสมพงษ์ เนื่องจากนิล เจ้าของสวนเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเด็กจะได้ทั้งความรู้และซึมซับคุณธรรม ความขยันอดทน และวีถีชีวิตแบบพอเพียง และเมื่อถึงเวทีประชุมประจำเดือนของหมู่บาน บทเรียนความรู้ต่าง ๆ จากประสบการณ์ตรงของเด็ก ๆ เช่น การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำกระสุนจุลินทรีย์ การอนุรักษ์และขยายพันธุ์ผักหวาน ก็เผยแพร่กลับสู่ชุมชนเพื่อขยายความรู้เรื่องวิถีพอเพียงให้กลับไปหมุนสร้างชุมชมคุณธรรมควบคู่กันไป
เครือข่าย: โรงเรียนสีคิ้วหนองหญ้าขาว จ. นครราชสีมา
ครูและนักเรียนโรงเรียนนฤมลทิน ธนบุรี ช่วยกันทำโครงการ “รณรงค์ รู้คุณค่าอาหารและลดเศษอาหารต้านโลกร้อน” เพราะพบว่าแต่ละวันมีเศษอาหารเหลือทิ้งจำนวนมาก เครื่องมือสำคัญในการรณรงค์ คือ สัญลักษณ์มือ เพื่อบอกความต้องการปริมาณอาหารของตนว่าต้องการมาก พอดี หรือน้อย เป็นการฝึกความรับผิดชอบเล็ก ๆ ที่เด็กทุกคนทำได้ โครงการนี้ยังบูรณาการกับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ทำให้เด็กได้เชือมโยงตัวเองเข้ากับโลกกว้าง เพื่อนมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นจิตสำนึกใหม่ที่งดงามและเปี่ยมพลัง
เครือข่าย: โรงเรียนนฤมลทิน ธนบุรี กรุงเทพฯ
กิจกรรมหนึ่งในโครงการ “นักเรียนดี มีวินัย ใส่ใจพัฒนา” ของโรงเรียนบ้านแม่จ๊าง คือ “ค่ายคุณธรรม” ซึ่งมุ่งปลูกฝังระเบียบวินัยและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด หลังกลับจากค่าย เด็ก ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียนอย่างตั้งใจและเต็มใจมากขึ้น ครูจึงขยายผลไปสู่ชุมชน จัดประกวด “บ้านคุณธรรม” ขึ้น เพราะบ้านแม่จ๊างเป็นชุมชนบนดอยสูงทุรกันดาร ขาดแคลนทั้งสาธารณูปโภคและความเข้าใจเรื่องสุขอนามัยพื้นฐาน ทุกวันนี้บ้านแม่จ๊างกลายเป็นชุมชนที่สะอาดน่าอยู่ ทำให้ทุกคนตระหนักว่าคุณธรรมง่าย ๆ อย่างเรื่องระเบียบวินัยและความสะอาดก็สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีได้
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านแม่จ๊าง จ. แม่ฮ่องสอน
เพียงพลิกมุมมองเกี่ยวกับวินัย จากกฎระเบียบ ข้อบังคับที่น่าเบื่อให้กลายเป็นเรื่องดีที่น่าทำ กิจวัตรประจำวันเล็ก ๆ ในโรงเรียนจึงเปลี่ยนไป ทั้งการเข้าแถว การวางรองเท้า การรับประทานอาหาร และการทำความสะอาด เป็นกิจกรรมดีที่เด็ก ๆ เต็มใจทำ นี่คือ กระบวนการบ่มเพาะวินัยลงในใจเด็ก จากแรงเสริมเชิงบวกที่โรงเรียนต้นบากราษฎร์บำรุง สร้างเด็กดีมีวินัยได้อย่างน่าทึ่ง
เครือข่าย: โรงเรียนต้นบากราษฎร์บำรุง จ. ตรัง
เนื่องจากป่าชายเลนของชุมชนอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมและถูกทำลายจนแทบไม่เหลือ โรงเรียนวัดบางใหญ่จึงปลูกฝังจิตสำนึกรักป่าให้กับลูกหลานของชุมชน โดยให้เด็กมีส่วนร่วมคิดและลงมือทำ โดยเริ่มจากพื้นที่ชายเลน ๗ ไร่ในบริเวณโรงเรียน เด็ก ๆ ดูแลรักษา ทั้งเดินสำรวจ ตัดเถาวัลย์ ปลูกเสริม อย่างใส่ใจ ป่าชายเลนผืนเล็กก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนชีวิต กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็กรุ่นต่อไปได้เห็นคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน
เครือข่าย: โรงเรียนวัดบางใหญ่ จ. นครศรีธรรมราช
โรงเรียนบ้านจับไม้นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง บูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน ทั้งปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงปลา ฯลฯ ทุก ๆ วันจึงมีผลผลิตสดใหม่ ปลอดภัย เลี้ยงทุกคนในโรงเรียน เมื่อทำได้ผลดีโรงเรียนจึงขยายแนวคิด ชักชวนให้ชุมชนหันมาปลูกผักเลี้ยงปลาไว้กินเอง ขณะเดียวกันก็ดึงทุนดีของชุมชนอย่างภูมิปัญญาในงานหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะการสานกระติ๊บจากคล้ามาพัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น ให้ทุกคนสามารถช่วยกันทำในเวลาว่าง สร้างครอบครัวอบอุ่นและชุมชนเข้มแข็งบนฐานของเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านจับไม้ จ. หนองคาย
กิจกรรม “ค่ายสุดยอดผู้นำยุวชนวิถีพุทธ” รวบรวมเยาวชนจากทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการประกวด “โครงงานคุณธรรม เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” มาทำกิจกรรมร่วมกันโดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ สลายความเป็นคู่แข่ง สร้างมิตรภาพให้ทุกคนกลายเป็นเครือข่ายผู้นำเยาวชนที่ทำงานด้านคุณธรรมอย่างเข้มแข็ง และช่วยกันขยายพื้นที่ในการทำความดีไปทั่วประเทศ
โครงงาน “รณรงค์รักนวลสงวนตัว ถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวของปวงไทย” เป็น ๑ ใน ๑๒ โครงงานคุณธรรมดีเด่น เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของนักเรียนชั้น ม.๖ โรงเรียนปรางค์กู่ ที่อยากช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ ใกล้ตัวและกำลังรุนแรงมากขึ้น กิจกรรมหลากหลายจึงเกิดขึ้นในโรงเรียน เช่น การติดแผ่นป้ายให้ข้อคิดเตือนสติ การรณรงค์ให้ข้อมูลผ่านเสียงตามสาย การจัดค่ายอบรมคุณธรรม และการพาน้อง ๆ ตัวแทนชั้น ม.ต้น ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ มาเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตจริงของเพื่อนวัยเดียวกันที่ต้องออกจากโรงเรียนเพราะตั้งครรภ์ ด้วยความตั้งใจจริงและทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาใหญ่และยากนี้เริ่มคลี่คลาย เพื่อนนักเรียนหลายคนจึงเริ่มเปลี่ยนเส้นทางชีวิตก่อนที่จะสายเกินไป
เครือข่าย: โรงเรียนปรางค์กู่ จ. ศรีสะเกษ
จากปัญหาร่วมสมัยของวัยรุ่น เช่น การบริโภคไร้สาระ ใช้เงินเกินตัว หรือ การรับสื่อไม่เหมาะสม ทำให้นักเรียนชั้น ม. ๕ กลุ่มหนึ่ง โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม คิดโครงงานคุณธรรม เรื่อง “การบริโภคด้วยปัญญาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” ขึ้น เริ่มจากชักชวนเพื่อน ๆ จดบันทึกค่าใช้จ่าย การใช้เวลา และการบริโภคสื่อในแต่ละวัน ขยายออกไปเป็นกิจกรรมส่งเสริมการออม เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้การบริโภคอย่างฉลาด รู้จักคิด เลือกสิ่งที่พอเหมาะ พอเพียง พอดีกับตัวเอง ซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้
เครือข่าย: โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จ. สระบุรี
ที่ผ่านมา วิรัลวิชญ์ ปานชื่น และอิศริศ ชาวขมิ้น นักเรียนชัน ม.๕ โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ใช้เวลาหลังเลิกเรียนส่วนใหญ่ไปกับการเล่นเกม แต่หลังจากได้รู้จักกับโครงงาน “การบริโภคด้วยปัญญาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” ที่เพื่อนในชั้นชักชวนให้บันทึกค่าใช้จ่าย และเวลาที่ใช้ไปในแต่ละวันแล้ว พวกเขาก็เกิดการเรียนรู้ครั้งใหญ่ หันมาปรับเปลี่ยนตัวเอง รู้จักเลือกทำในสิ่งที่ดี นำเวลาที่มีค่ามาเล่นกีฬา และยังอาสาช่วยติวคณิตศาสตร์ให้กับน้อง ๆ ในโรงเรียนอีกด้วย
เครือข่าย: โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จ. สระบุรี
นักเรียนและคุณครูกลุ่มเล็ก ๆ ในโรงเรียนชลบุรีสุขบท เห็นปัญหาสุนัขจรจัดมีจำนวนมากจนต้องถูกวางยาเบื่อ จึงรวมตัวเป็นชุมนุมรักษ์สัตว์ และทำโครงงานคุณธรรม “รักษ์สัตว์ รักษ์สังคม” ขึ้น เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหาและวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูล ทำทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้ง จัดกลุ่มเรียนรู้เรื่องอาการเจ็บป่วยและวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง ทั้งทฤษฎีและฝึกปฏิบัติจริงภาคสนาม และนำความรู้ที่ได้ขยายลงสู่ชุมชน พร้อมกับระดมความร่วมมือเปิดหน่วยทำหมันฟรีอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้สามารถควบคุมจำนวนสุนัขไร้บ้านและหยุดการฆ่าลงได้อย่างสิ้นเชิง
เครือข่าย: โรงเรียนชลบุรีสุขบท จ. ชลบุรี
ถึงแม้การประกวดโครงงานคุณธรรมจะจบลงแล้ว และเป็นช่วงเวลาหยุดภาคเรียน เด็กชุมนุมรักษ์สัตว์ โรงเรียนชลบุรีสุขบท ยังคงทำกิจกรรมในโครงงานรักษ์สัตว์ รักษ์สังคมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง จึงดึงพลังอาสาจากผู้ใหญ่หลายภาคส่วน ทั้งวัด ชุมชน เทศบาล นักธุรกิจและนักศึกษาคณะสัตวแพทย์ มาร่วมแรงร่วมใจช่วยกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งบริการให้คำปรึกษา การดูแลสัตว์เลี้ยงที่ถูกวิธี บริการฉีดยา ทำหมันฟรี จนกระทั่งเทศบาลออกนโยบายห้ามเบื่อสุนัข โครงการคุณธรรมของเด็ก ๆ จึงเป็นเสมือนศูนย์รวมพลังจิตอาสาและร้อยรัดความสัมพันธ์ให้ชุมชมเข็มแข็งด้วยพลังของความเมตตา
เครือข่าย: โรงเรียนชลบุรีสุขบท จ. ชลบุรี
นักเรียนโรงเรียนประจักษ์ศลปาคารรวมตัวกันจัดทำโครงงานคุณธรรม “เผยแผ่ธรรมะสู่เยาวชน (The Rising Sun พี่สอนน้อง)” จัดอบรมธรรมะเพื่อสร้างหลักคิดที่ดีในการดำเนินชีวิตให้กับน้อง ๆ ทั้งในอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง เช่น เรื่องมารยาท โทษของบุหรี่และเหล้า มีกิจกรรมสำคัญ คือ การนั่งสมาธิย้อนระลึกถึงสิ่งที่เคยทำ และพระคุณของพ่อแม่ ซึ่งทำให้เด็ก ๆ เกิดจิตสำนึกใหม่ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
เครือข่าย: โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร จ. อุดรธานี
โครงงาน “ความรักห่วงใยผู้สูงวัยเทิดไท้องค์ราชัน” ของนักเรียนกลุ่มหนึ่งในโรงเรียนพระซองสามัคคีวิทยา เป็นแรงบันดาลใจและขยายผลให้เด็กอีกหลายร้อยคนแสดงพลังจิตอาสา รวมกันเป็นกลุ่ม “อาสาสมัครรักผู้สูงวัย” ลงไปดูแลผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนที่ถูกทอดทิ้ง โรงเรียนก็สนับสนุนด้วยการกำหนดให้คาบสุดท้ายของทุกวันศุกร์เป็นชั่วโมงจริยธรรม เพื่อเด็ก ๆ จะได้ลงไปพูดคุยให้กำลังใจผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ และเป็นส่วนเชื่อมร้อยผู้คนในชุมชนของตนเองให้มีความสุข มีใจเอื้ออาทรกันและกันอีกครั้ง ปัจจุบันขยายผลกลายเป็นโครงการนำร่องในการดูแลผู้สูงวัยของ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนมอีกด้วย
เครือข่าย: โรงเรียนพระซองสามัคคีวิทยา จ. นครพนม
เริ่มต้นเล็ก ๆ จากปัญหาใกล้ตัวที่มองเห็นว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายส่วนใหญ่ในหมู่บ้านมักจะปวดเมื่อยจากการทำงานหนักจนต้องซื้อยากินประจำ เด็ก ๆ และครูโรงเรียนบ้านหนองติ้วจึงคิดทำโครงงานคุณธรรม “เยาวชนไทย สานสายใย ใส่ใจคนรอบข้าง” โดยไปเรียนรู้การนวดจากภูมิปัญญาในชุมชน แล้วกลับไปนวดให้กับพ่อแม่และผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานดูแล เกิดเป็นสัมผัสรักที่เชื่อมร้อยบ้านและชุมชนให้อบอุ่น แข็งแรง ปัจจุบันขยายไปนวดให้กับแม่ชีที่วัดในชุมชนทุกวันพระ และที่บ้านพักคนชรา จังหวัดบุรีรัมย์ ทุกเดือน
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านหนองติ้ว จ. บุรีรัมย์
เด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งของโรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ ซึ่งเป็นเด็กเกเร ไม่เคยมีเรื่องภูมิใจในตัวเอง อยากเปลี่ยนแปลงและพิสูจน์ตนเอง จึงช่วยกันคิด และทำโครงงาน “เพลงธรรม นำเยาวชน สร้างคนดีวิถีพุทธ ถวายในหลวง” ผลิตผลงานเพลงธรรมะในรูปแบบของตัวเอง ออกเผยแพร่ ต่อยอดด้วยการจัดค่ายคุณธรรมใหน้อง ๆ และเพื่อน ๆ จากการนำสิ่งที่รัก คือ ดนตรี มาเป็นจุดเริ่มจึงทำให้พวกเขาค้นพบพลังสร้างสรรค์และคุณค่าในตัวเอง ทำให้ทุกคนเติบโตขึ้นท่ามกลางมิตรภาพ ความดีและความสุข
เครือข่าย: โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ. ตรัง
โรงเรียนสรรพยาวิทยาใช้หลักการมีส่วนร่วมของนักเรียนแก้ปัญหาเรื่องวินัย โดยกำหนดนโยบายให้ทุกห้องทำโครงงานคุณธรรมขึ้นจากปัญหาวินัยใกล้ตัว นักเรียนห้อง ม. ๓/๓ ซึ่งเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบแต่งหน้าและไม่สนใจเรียน จึงคิดทำโครงงาน “เด็กไทยร่วมใจไม่แต่งหน้า พกพาความสวยใสด้วยจิตใจ” สร้างกฎกติกาและข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งทำได้ไม่ง่าย แต่ด้วยความเชื่อใจและกำลังใจจากเพื่อน ๆ ที่ชวยกันคิด ช่วยกันเตือน จนหลายคนเอาชนะใจตนเองได้สำเร็จ และเมื่อทำสิ่งดีก็ได้รับการยอมรับจากเพื่อนในโรงเรียนมากขึ้น ทำให้พวกเขาค้นพบความสวยงามภายในที่มีค่ามากกว่าความสวยภายนอก
เครือข่าย: โรงเรียนสรรพยาวิทยา จ. ชัยนาท
โครงงานจิตอาสาพาห้องน้ำสะอาด เป็นโครงงานคุณธรรมเล็ก ๆ ของนักเรียนชั้น ม.๕ โรงเรียนมหาชนะชัยวิทยาคม ที่ต้องการดูแลห้องน้ำให้สะอาดจนเกิดผลสำเร็จ และขยายต่อเป็นเครือข่ายจิตอาสาพาห้องน้ำสะอาด ที่มีนักเรียนนับร้อยคนอาสามาแบ่งกันดูแลห้องน้ำทั้ง ๗๐ ห้องในโรงเรียนอย่างดีเยี่ยม ทั้งลงแรงทำความสะอาด ผลิตน้ำ EM ใช้แทนน้ำยาเคมี และการร่วมบริจาคเงินสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในโรงเรียนที่ทุกคนเต็มใจดูแลรักษา และรับผิดชอบสมบัติของส่วนรวมร่วมกัน
เครือข่าย: โรงเรียนมหาชนะชัยวิทยาคม จ. ยโสธร
ทรงชัย วิมลภัตรานนท์ เป็นนักธุรกิจที่เคยใช้ชีวิตทะเยอทะยาน มุ่งหาเงิน และใช้เงินเพื่อซื้อความสุขจากอบายมุขต่าง ๆ จนกระทั่งเข้าอบรมที่โรงเรียนผู้นำในปี ๒๕๓๘ จึงได้สัมผัสคุณค่าของชีวิตจากการเป็นผู้ให้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทรงชัยอาสามาทำงานช่วยเหลือคนอื่น ๆ เช่น สอนทำอาหารให้กับผู้ที่สนใจโดยไม่รับค่าแรง เพราะเรียนรู้ว่า เมื่อเป็นผู้ให้ ความทะยานอยากยิ่งลดลง และยิ่งให้ด้วยความรักก็ยิ่งอิ่มใจเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินทอง
หลังจาก นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา ไปเรียนรู้ดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ก็เกิดแรงบันดาลใจชักชวนกลุ่มผู้สูงอายุมาทำงานจิตอาสาในโรงพยาบาล เริ่มจาก ลุงจรัส สร้อยเสริมทรัพย์ วัย ๘๒ ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวาน อาสามาเล่นไวโอลิน เสียงเพลงของลุงจรัสไม่เพียงขับกล่อมให้เพื่อนผู้ป่วยคลายทุกข์ใจ ยังดึงเอาอาสาสมัครนักร้องหญิงทั้งขาประจำและขาจร มาช่วยร้องเพลงคลอไปด้วย แม้จะเป็นเพียงคนเล็ก ๆ แต่เมื่อลุกขึ้นอาสาทำสิ่งดีเพื่อผู้อื่นก็เป็นแรงสำคัญที่ช่วยแต่งเติมสังคมให้เปี่ยมสุขและน่าอยู่ขึ้นได้
เพราะรู้ว่าในชนบทห่างไกลนั้นขาดแคลนจักษุแพทย์ หน่วยผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่ มูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้วจึงทำ “โครงการผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ” ออกเดินทางไปผ่าตัดตาให้กับผู้สูงอายุยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งจักษุแพทย์ บุคลากรสาธารณสุข ล้วนเป็นอาสาสมัครที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยงานหนักอย่างเต็มใจ รวมถึงผู้บริจาค อุปกรณ์การแพทย์ เวชภัณฑ์ ฯลฯ ก็เข้ามาช่วยด้วยอย่างขันแข็งเพราะพวกเขาได้เรียนรู้สิ่งสำคัญว่า ยิ่งให้ยิ่งได้รับ
เครือข่าย: โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ. สมุทรสาคร
ในชนบทมีผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญกับความทุกข์จากโรคต้อกระจก ทั้งที่ยังไม่ได้รับการรักษา และที่ไม่มีโอกาสรักษา เมื่อหน่วยผ่าตัดต้อกระจก มูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้วรุกเข้าไปถึงที่พร้อมทีมจักษุแพทย์และเครื่องมือครบชุด จึงเป็นความหวังของผู้สูงอายุยากจนจำนวนมาก รวมทั้งตาแอ้ ชาวหมู่ ที่เคยทนทุกข์กับการมองไม่เห็นทั้งสองข้าง แต่เมื่อตาข้างขวาได้รับการเปลี่ยนเลนส์ใหม่ ตาแอ้ก็ได้เห็นโลกใหม่อีกครั้ง
เครือข่าย: โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ. สมุทรสาคร
วรเชษฐ์ ศรีวงศ์พันธ์ เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจใช้เวลาว่างในวันหยุด อาสามาเป็นครูสอนสะล้อซอซึงให้กับเด็กตาบอด อย่างทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจโดยไม่คิดค่าตอบแทน เพราะเขาคิดว่าการฝึกเด็กตาบอดเล่นดนตรีได้ จะช่วยกล่อมเกลาให้พวกเขามีความสุข มองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และด้วยความหวังว่า ความดีงามจากการให้ด้วยใจบริสุทธิ์ของเขา จะ
ทำให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นผู้ให้คนอื่นต่อไปในวันข้างหน้า
เมื่อกลุ่มเด็ก ๆ ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนตาบอด จังหวัดลำปาง ได้ยินข่าวอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคเหนือ ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนช่วยเหลือ จึงตัดสินใจฝ่าอุปสรรคทางกาย นำฝีมือการเล่นสะล้อ ซอ ซึง มาบรรเลงให้ผู้คนบริเวณหน้าศาลหลักเมืองฟัง พร้อมเปิดรับบริจาคเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากที่เคยเป็นเพียงผู้รับ วันนี้พวกเขาได้กลับมาเป็นผู้ให้ และยังชักชวนผู้คนในสังคมมาร่วมกันเป็นผู้ให้ด้วย เสียงเพลงและหัวใจที่เบิกบานของเด็ก ๆ จึงช่วยขยายการสร้างความดีออกไปได้อย่างไม่สิ้นสุด
นอกจากอาสามาช่วยกันปรับปรุงห้องสมุดของโรงเรียนมงคลวิทยาให้เป็นแหล่งความรู้ที่ทันสมัยและสมวัยกับสามเณร ภายใต้โครงการ “พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ห้องสมุด” แล้ว ทีมบรรณารักษ์จากสำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) และอาสาสมัครวัยเกษียณ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านหลากหลาย ให้ทั้งความรู้และความสนุก เพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์การอ่านของสามเณรให้กว้างขึ้น แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่เหล่าบรรณารักษ์อาสาก็เต็มที่กับทุกกิจกรรม เพราะรู้ว่านี่คือการหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้และปัญญาให้งอกงามขึ้นอีกมุมหนึ่งบนแผ่นดินไทย
เครือข่าย: สำนักหอสมุดกลาง ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) กรุงเทพฯ
แม้แววตาของเด็ก ๆ ในโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดธรรมสากลอาจมืดมิด แต่โชคดีที่ยังมีเสียงที่เห็น ด้วยพลังของกลุ่มเด็กคิด เยาวชนนักจัดรายการวิทยุอาสาสมัคร ที่นอกจากร่วมกันทำดีแล้ว ยังขยายความดีต่อด้วยการชักชวนเพื่อน ๆ เยาวชนมาเป็นอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียง ในเวลา ๑ ปี วรรณกรรมเยาวชน ๓๕ เรื่องในแผ่นซีดี ๓๗๐ แผ่นก็พร้อมส่งต่อ ซีดีแต่ละแผ่นไม่ได้บรรจุเพียงเนื้อหาเรื่องราวดี ๆ เท่านั้นแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความรัก ความปรารถนาดีที่ทุกคนลงแรงลงใจผ่านการอ่านเพื่อให้น้อง ๆ ที่พิการทางสายตาได้สัมผัสกับเสียงที่เห็นได้
นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ชั้นปี ๔ ทุกคนต้องลงไปใช้ชีวิตอยู่ในชุมชน ๒ เดือนเต็มก่อนจบหลักสูตร ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ จากวิถีชีวิตของชาวชนบทโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณธรรมและวิถีชีวิตแบบพอเพียง และเมื่ออาสาช่วยเก็บข้อมูล และรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อช่วยชุมชนจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน “โครงการพลิกฟื้นภูมิปัญญานำพาสู่วิถีทางแก้จน” พวกเขายิ่งได้ประสบการณ์ล้ำค่า เป็นทุนของชีวิตที่จะก้าวออกไปเป็นบัณฑิต ผู้ซึ่งพร้อมด้วยความรู้และคุณธรรมในการส่งต่อความดีให้กับคนในสังคม
โครงการ “สัมผัสกาย สัมผัสรัก” เป็นหนึ่งในกิจกรรมจิตอาสาของเครือข่ายพุทธิกา มีมูลนิธิสุขภาพไทย สหทัยมูลนิธิ และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนบ้านปากเกร็ด ร่วมกันดูแล เปิดโอกาสให้อาสาสมัครหลากหลายวัย ใช้เวลาว่างสัปดาห์ละครั้ง มาช่วยกันนวดกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็กกำพร้า เพียงสองมือและหัวใจของเหล่าอาสาสมัครก็ช่วยเติมเต็มความรัก ความอบอุ่น ให้กับเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสเหล่านี้ได้มีรอยยิ้ม มีความสุข เป็นทุนชีวิตในการเติบโตต่ออย่างไม่รู้สึกอ้างว้างเกินไป ส่วนอาสาสมัครทุกคนก็ได้รับความสุขจากการเป็นผู้ให้เพื่อเป็นทุนในการทำความดีต่อไป
เครือข่าย: มูลนิธิสุขภาพไทย กรุงเทพฯ
เพราะหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น จำเป็นต้องมีคุณธรรมเป็นเครื่องกำกับจิตใจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจจึงยกกองนักเรียนนายร้อยมาทำงานจิตอาสา สร้างความสุขกาย สุขใจให้เหล่าคุณตา คุณยายที่สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) ชีวิตที่ห่อเหี่ยวในวัยโรยแรงก็กลับเบิกบาน สดใสขึ้น เมื่อคนวัยหลานมาช่วยป้อนข้าว ป้อนน้ำ ชวนเล่น และชวนคุย ส่วนหลาน ๆ ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มก็ได้เรียนรู้เข้าใจธรรมชาติของชีวิต และเปิดใจเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่างมีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น
เครือข่าย: โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จ. นครปฐม
เมื่อนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจมีจิตอาสามาลงแรงปรับภูมิทัศน์ให้กับศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน นอกจากจะเป็นการน้อมใจลงมาฝึกฝนทำหน้าที่ที่แท้จริงของตำรวจ คือการรับใช้ผู้อื่นแล้ว ทุกคนยังได้เรียนรู้ชีวิตของเพื่อนมนุษย์ผู้ด้อยโอกาส ได้เข้าใจ ยอมรับความแตกต่างและเห็นความงดงามของความเป็นมนุษย์ เพราะแม้จะอยู่ในโลกแห่งความมืด แต่พวกเขาเหล่านั้นก็รังสรรค์ความงามที่ใจเห็นออกมาเป็นสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลงานหัตถกรรมจากสองมือที่อ่อนโยน หรือเสียงเพลงที่อ่อนหวาน
เครือข่าย: โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จ. นครปฐม
เมื่อหอผู้ป่วยเด็ก สก.16 ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทำ “โครงการอาสาสมัครดูแลเด็กผู้ป่วยเรื้อรัง” แพทย์หญิงพัชรินทร์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง หรือหมอโจ้ ซึ่งเชี่ยวชาญศิลปะบำบัดก็อาสาเอาความรู้มาเยียวยาหัวใจดวงน้อยของเด็ก ๆ เช่น ลำไย วัย ๕ ขวบ ซึ่งทนทุกข์กับมะเร็งต่อมหมวกไตระยะสุดท้าย ความงามของสีสันและพลังแห่งศิลปะเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ลำไยกับแม่ได้มีช่วงเวลาของความสุข และนี่คือสิ่งที่หมอโจ้หวังไว้ในการทำงานอาสานี้อย่างตั้งใจเพราะทุกรอยยิ้มของชีวิตน้อย ๆ ที่เจ็บป่วยเหล่านี้ย้ำเตือนให้รู้ว่า ชีวิตนี้สั้นนักและไม่จีรัง มีเพียงคุณค่าของสิ่งดีที่ทำเท่านั้นที่จะคงอยู่
เมื่อชุมชนมีปัญหาผู้สูงอายุเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังจำนวนมากและขาดคนดูแล เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยบ้านกุดจานจึงชวนลูกหลานในชุมชนมาช่วยกันดูแลโดยเสริมทักษะความรู้ที่จำเป็นให้ เช่น หลักการเฝ้าระวังอาการพื้นฐาน วิธีตรวจวัดความเปลี่ยนแปลง และการดูแลเบื้องต้น นอกจากช่วยลดความรุนแรงของโรคเรื้อรัง ช่วยเสริมกำลังใจ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนสองวัยในชุมชน เด็ก ๆ ยังได้เรียนรู้เรื่องความเมตตากรุณา ความเสียสละ และความภาคภูมิใจในตนเอง จากการทำงานด้วยจิตอาสาเป็นประจำสม่ำเสมอ
เด็กนักเรียนโรงเรียนแม่ริมวิทยาคมกลุ่มหนึ่งรวมตัวกัน เรียกตัวเองว่า “กลุ่มเติมฝันปันรอยยิ้ม” อาสาทำความดีด้วยการไปเยี่ยม ไปแบ่งปันความรักและให้กำลังใจน้อง ๆ กำพร้าที่บ้านเด็กชายเชียงใหม่ เพราะได้แรงบันดาลใจจากการเข้าค่าย “จิตอาสา ต้นกล้าคุณธรรม” ในโครงการ “ละอ่อนอาสาพัฒนาสังคมคุณธรรม” ที่โรงเรียนจัดขึ้น ประสบการณ์จากค่ายทำให้เด็ก ๆ กล้าก้าวออกไปเรียนรู้โลก เรียนรู้ความสุข และคุณค่าของการมีชีวิตด้วยประสบการณ์จริงของตนเอง
เครือข่าย: โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม จ. เชียงใหม่
หลังจากไปเรียนรู้ดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรีก็กลับมาประกาศนโยบายโรงพยาบาลคุณธรรมขึ้น ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรคิดดี ทำดีขึ้นมากมาย เช่น กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู ทำโครงการ “ขาเทียมแก่ผู้พิการในชุมชนห่างไกล” ขึ้น โดยใช้เวลาในวันหยุดออกตระเวณไปค้นหา และช่วยทำขาเทียมให้ผู้พิการที่ด้อยโอกาสเพราะอยากช่วยให้พวกเขาสามารถพึ่งตนเองในการดำเนินชีวิตมากขึ้น
กิจกรรม “ยุวชนจิตอาสา” เป็นหนึ่งในโครงการ “จิตอาสาเพื่อสังคม” ของโรงเรียนบ้านหนองตาบ่ง เพื่อปลูกฝังคุณธรรมให้กับเด็ก ๆ เมื่อถึงวันจิตอาสาของแต่ละเดือนทุกคนจะมาร่วมกันฝึกฝนการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน กิจกรรมวันนี้ คือ การพาเด็กไปทำบุญและเลี้ยงอาหารคนป่วยที่วัดวังขนาน ซึ่งรับดูแลผู้ป่วยโรคอัมพาตกว่า ๗๐ ชีวิต ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง บทเรียนคุณธรรมที่เด็ก ๆ ได้จากประสบการณ์ตรงในการทำกิจกรรม คือความสามัคคีของคนในชุมชนที่มาช่วยกันจัดเตรียมงาน ความเมตตากรุณาที่พวกเขาได้ลงมือดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงบทเรียนสำคัญเรื่องความกตัญญู
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านหนองตาบ่ง จ. กาญจนบุรี
เมื่อพบว่าเด็กนักเรียนไม่ต่ำกว่า ๑ ใน ๓ ของโรงเรียนมาจากครอบครัวที่ขาดพ่อแม่ จึงมีปัญหาด้านพฤติกรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ก็เกิดแนวคิดที่จะใช้ฐานทุนความสัมพันธ์กับชุมชนที่มีอยู่ เปิดรับคนที่มีความพร้อมและมีจิตอาสามาเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์เพื่อเติมช่องว่างในใจของเด็ก ๆ ให้เต็มด้วยความรัก เพราะรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดต่อการเติบโตของเด็กทุกคน คือ การมีคนที่พวกเขารักและพร้อมที่จะรักพวกเขา
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านหนองตาบ่ง จ. กาญจนบุรี
ปี ๒๕๕๐ ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับศูนย์ประสานงานชมรมสร้างสุขเพื่อสังคม ทำโครงการ “สร้างเสริมคุณธรรม นำจิตอาสา เกื้อกูลชุมชน” ขึ้น กลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุบ้านโฮ่งมะค่า อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำงานอย่างสม่ำเสมอตลอด ๑ ปีเต็ม จนกระทั่งโครงการหมดวาระลงแล้ว แต่เหล่าอาสาสมัครยังคงทำหน้าที่ต่อไปด้วยความเต็มใจ ทำให้คนในชุมชนเริ่มรับรู้ถึงพลังความดี และเริ่มหันกลับมาเกื้อกูลดูแลซึ่งกันและกัน จิตอาสาของเหล่าอาสาสมัครนี้จึงเป็นจุดเริ่มนำคุณธรรมคืนกลับมาสู่วิถีชุมชนอีกครั้ง
อาจารย์ประพงศ์ ชูตรัง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ไปดูงานด้านจิตอาสาที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวันมาแล้ว ก็เกิดแรงบันดาลใจทำโครงการจิตอาสาพาเด็กออกไปบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชนทุกวันหยุด เช่น กวาดลานวัด จัดห้องสมุด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ สนุกสนาน มีความสุขและรู้สึกว่าการทำความดีเป็นเรื่องง่าย และอยากทำต่อไปเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมที่สนุกและได้ผล
เครือข่าย: โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จ. นครศรีธรรมราช
ทุกคนในชุมชมบ้านหนองพลวง ตำบลดงเคร็ง จังหวัดขอนแก่น ต่างรู้จักพ่อขาว เฉียบแหลม ว่าเป็นคนขยันมีน้ำใจ ทำงานสาธารณะทุกอย่างด้วยจิตอาสา เป็นทั้งภารโรงของหมู่บ้าน นักปลูกต้นไม้ในวัด หมอยาสมุนไพร ครูของลูกหลาน และยังเป็นผู้นำในการรักษาป่าชุมชน การอุทิศตนอาสาทำสิ่งดีมาตลอดชีวิต ทำให้พ่อขาวเป็นผู้นำที่ทุกคนรัก นับถือและยกย่องให้เป็นรากเหง้าจิตอาสาของหมู่บ้าน เป็นแบบอย่างดีของลูกหลาน
เพราะรู้ว่าดนตรีมีพลังในการเยียวยา นิรพิทธ์ ศุภพิศาล นักเปียโนผู้พิการทางสายตา พงษ์พิพัฒน์ มณฑา นักไวโอลิน และวนิดา ชาติวงศ์ นักร้อง ทั้งสามคนต่างวัย ต่างประสบการณ์ แต่มีจิตใจตรงกัน คือ อยากทำสิ่งดี ๆ เพื่อคนอื่น จึงอาสามาร่วมกันบรรเลงบทเพลงไพเราะให้ผู้ป่วยและผู้คนในโรงพยาบาลศิริราชฟังเป็นประจำทุกเที่ยงวันจันทร์และวันศุกร์ ทั้งเล่นและร้องอย่างอย่างตั้งใจที่จะส่งพลังความสุขไปให้คนฟัง จึงทำให้ทุกคนลืมความอ่อนล้า ความเจ็บป่วย กลับมาเบิกบานและมีความอิ่มใจไปด้วยกันทั้งผู้เล่นและผู้ฟัง
จากความรู้สึกอยากสร้างสังคมดีให้เกิดขึ้นรอบตัว อาจารย์ สกรรจ์ รอดคล้าย จึงชวนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลากลุ่มหนึ่งลงมือทำความดีง่าย ๆ ใกล้ตัว เริ่มจากช่วยกันเก็บกวาดขยะทุกเช้า ช่วยอาจารย์ถือของเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือรวมตัวกันไปเก็บจาน เช็ดโต๊ะที่โรงอาหารกลาง เพื่อให้คนที่มากินทีหลังได้มีที่นั่งสะอาด ไม่น่าเชื่อว่าการลงมือทำความดีง่าย ๆ กลับต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย แต่เมื่อได้ทำและทำได้ก็ตอกย้ำให้ทุกคนเข้มแข็งขึ้นจากภายใน และยิ่งเชื่อมั่นว่าพลังความดีสามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้นได้
ชาวบ้านผาสวรรค์ ส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานรับจ้าง ทำให้ลูกหลานที่ยังเล็กขาดคนดูแล พระครูสัจจญาณประสุต เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาสวรรค์ จึงชวนชาวบ้านช่วยกันซ่อมแซมดัดแปลงศาลาการเปรียญหลังเก่าเป็นศูนย์เด็กเล็กและขอแรงคนดีมีความสามารถมาเป็นครูอาสาดูแลเด็ก ชาวบ้านก็ช่วยกันบริจาคเงินคนละเล็กละน้อยไว้เป็นค่าอาหารกลางวันและนมให้เด็ก ๆ ได้อิ่มท้อง ศูนย์เด็กเล็กจึงเป็นทั้งศูนย์รวมความรักและความดีของทุกคนในชุมชน
เครือข่าย: วัดถ้ำผาสวรรค์ จ. เลย
ทุกวันพฤหัสบดี พระครูสัจจาณประสุต เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาสวรรค์จะชวนเด็ก ๆ ในศูนย์เด็กเล็กออกมาทำ “ภารกิจแผ่นดินสะอาด” คือ ช่วยกันเก็บขยะในชุมชน ถนนของหมู่บ้านจึงกลายเป็นสนามให้เด็กตัวเล็ก ได้วิ่งแข่ง ช่วยกันสอดส่อง และเก็บสิ่งที่ทำให้ “บ้าน” ไม่สะอาด กิจกรรมง่าย ๆ นี้ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ทั้งร่างกายและจิตใจ คือ ฝึกฝนการทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยจิตอาสา นอกจากนี้พระทุกรูปในวัดที่มาเป็นพี่เลี้ยงก็ได้ฝึกฝนการลดทิฐิ ลดตัวตน และทำความดีเป็นแบบอย่างให้เด็ก ๆ และคนในชุมชนด้วย
เครือข่าย: วัดถ้ำผาสวรรค์ จ. เลย
ขยะจำนวนมากที่พระครูสัจจญาณประสุต และเด็ก ๆ จากศูนย์เด็กเล็กวัดถ้ำผาสวรรค์ ช่วยกันเก็บจากในชุมชนจะนำมาคัดแยกที่วัด ซึ่งคนรับผิดชอบงานนี้ คือ สังวาล สู้ศึก ที่พิการทางสมอง งานเล็ก ๆ ที่หลายคนรังเกียจกลับเป็นหน้าที่สำคัญที่ทำให้สังวาลรู้สึกมีคุณค่าในสังคม ขยะที่คัดแยกแล้วก็ส่งไปเป็นวัตถุดิบในงานหัตถกรรมของคนชราและคนพิการ ส่วนที่เหลือนำไปขายได้เงินหมุนกลับมาพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ขยะไร้ค่าจึงมีราคาทางจิตใจ และเป็นสื่อกลางให้คนทั้งชุมชนทำความดี
เครือข่าย: วัดถ้ำผาสวรรค์ จ. เลย
กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ไปอบรมในโครงการ “พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้นำด้านสาธารณสุข” ที่โรงเรียนผู้นำ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อกลับมาแล้ว หลายคนเปลี่ยนแปลงวิธีคิดในการใช้ชีวิต เปลี่ยนวิถีการทำเกษตรจากการใช้เคมีเป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ และเรียนรู้ฝึกฝนการพึ่งตนเองและเกื้อกูลกัน จึงทำให้ค้นพบความสุขในชีวิตมากขึ้น เช่น ธรรมกมล พรพลชล กลับมาเริ่มทำการเกษตรอินทรีย์ ได้ผลผลิตกินเองในครอบครัว แล้วยังนำมาขายที่วัด ทั้งผักสด ๆ และที่แปรรูปเป็นอาหารมังสวิรัติ แม้รายได้น้อยลง แต่ก็อิ่มทั้งบุญและอิ่มทั้งใจ
เครือข่าย: สมาคมอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
“สัจจะ คือ ทำแล้วต้องทำให้จริง” เป็ นหลักคิดสำคัญที่พระสุบิน ปณีโต ผู้ริเริ่มโครงการ “สัจจะสะสมทรัพย์เพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิต” สอนให้ชาวบ้านยึดถือและลงมือปฏิบัติ นี่จึงเป็นหัวใจที่ทำให้กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ของชาวจังหวัดตราดยืนหยัดเข้มแข็งมากว่า ๑๕ ปี กระบวนการสร้างสัจจะสะสมทรัพย์มีทั้งการสร้างกฎกติการ่วมกัน การถือสัจจะที่จะลด ละ เลิก ความฟุ่มเฟือย อบายมุข และความไม่ดีต่าง ๆ และใช้การบริหารจัดการที่ซื่อตรง มีประสิทธิภาพ กระบวนการนี้จึงไม่ได้หมายถึงแค่การสะสมทรัพย์ที่เป็นตัวเงิน แต่เป็นการสะสมความดีที่จะช่วยฟื้นฟูคุณธรรมของชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น
เครือข่าย: โครงการสัจจะสะสมทรัพย์ เพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิต จ. ตราด
ป้าอิ่ม เชาวสิทธิ์ เคยฆ่าตัวตายเพราะปัญหาหนี้สิน แต่รอดชีวิตมาได้ และเริ่มค้นพบว่ายังมีทางออกอื่นอีกเมื่อเข้าร่วมกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์และฝึกทำบัญชีครัวเรือน ทำให้ป้าอิ่มเริ่มตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น รู้จักเก็บออมเงิน และทำงานสุจริตอย่างขยันขันแข็ง จนกระทั่งหนี้สินเริ่มลดลง จากที่เคยสิ้นหวังก็กลับมีกำลังใจมากขึ้น เพราะหลักคุณธรรมที่ได้เรียนรู้จากการลงมือปฎิบัติจริง ทำให้ป้าอิ่มมีชีวิตใหม่ที่แข็งแรงและมีความสุขยิ่งขึ้น
ชาวชุมชนบางสระเก้าเคยเป็นทุกข์หนักจากการเป็นหนี้ แต่เมื่อได้เครื่องมือดี คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชีวิตก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ทุก ๆ ๑๕ วัน พวกเขาจะนัดรวมตัวกันจัดเวที “ชุมชนเป็นสุข” เพือช่วยกันระดมความคิด วางแผนการใช้จ่าย การออม การใช้หนี้ จากการทำบัญชีครัวเรือน ทั้งยังชักชวนกันตังสัจจะอธิษฐาน ลด ละ เลิกพฤติกรรมที่ฟุ่มเฟือยและบั่นทอนความสุขในครอบครัว พลังของการเรียนรู้ร่วม ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ และกระบวนการกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นเตือน และตรวจสอบกันเอง ทำให้แก้ปัญหาใหญ่อย่างเรื่องหนี้สินได้ และคืนความอยู่เย็นเป็นสุขกลับสู่ชุมชน
บ้านราชธานีอโศก เป็นชุมชนปฏิบัติธรรมซึ่งกินอาหารมังสวิรัติ พืชผัก ทั้งหมดมาจากฝีมือคนในชุมชนกลุ่มกสิกรรมริมมูลที่ทำการเกษตรด้วยจุดยืนว่าไม่ต้องการทำลายและเบียดเบียนผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงปฏิเสธการใช้สารเคมีเป็นพิษอย่างสิ้นเชิง ตลอดเวลาจึงต้องพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่าง ๆ จนสามารถผลิตได้ดีและมากพอเลี้ยงคนทั้งชุมชน และยังเหลือพอแจกจ่ายสู่นอกชุมชนอีกด้วย ทุกวันนี้บ้านราชธานีอโศกจึงเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องกสิกรรมไร้สารพิษ ชุมชนพึ่งตนเองบนฐานคุณธรรม สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป
เครือข่าย: ชุมชนราชธานีอโศก จ. อุบลราชธานี
ชุมชนนักปฏิบัติธรรม “ศีรษะอโศก” เป็นชุมชนที่ผู้คนอยู่กันอย่างเรียบง่าย กินน้อย ใช้น้อย แต่ทำมาก คือทำการงานที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อคนในชุมชนและคนภายนอกที่เข้ามาเรียนรู้ดูงาน นั่นคือ วิถีชีวิตพึ่งตนเองด้วยการทำเกษตรธรรมชาติ แต่ละปีจึงมีคนนับหมื่นมาเข้ารับการอบรมที่ศูนย์การเรียนรู้ศีรษะอโศก ซึ่งนอกจากจะสอนเทคนิควิธีการพัฒนาดิน การพัฒนาสูตรปุ๋ย ฮอร์โมน การไล่แมลง ฯลฯ แล้ว ที่นี่ยังฝึกให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ใช้ชีวิตในแนวทางบุญนิยม และรักษาศีล ๕ ละเว้นอบายมุขต่าง ๆ อีกด้วย
เครือข่าย: ชุมชนศีรษะอโศก จ. ศรีสะเกษ
ศูนย์การเรียนรู้ศีรษะอโศกสามารถพัฒนาเครื่องผลิตปุ๋ยเม็ดชีวภาพขนาดเล็ก มีประสิทธิภาพสูงได้สำเร็จ นักเรียนโรงเรียนสัมมาอาชีวศึกษา ศีรษะอโศกก็ช่วยกันผลิตขึ้นในราคาไม่แพง เพราะรู้ว่าถ้าเกษตรกรเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตถึงจะพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ทุก ๆ เดือนจึงมีเกษตรกรหลากหลายกลุ่มหมุนเวียนมาที่ศูนย์ นอกจากจะมารอรับเครื่องผลิตปุ๋ยที่สั่งซื้อไว้ แต่ละกลุ่มต้องมาเรียนรู้ร่วมกันด้วย ทำให้เกิดความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายชุมชนผู้ทำกสิกรรมไร้สารพิษกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างต่อเนื่อง
เครือข่าย: ชุมชนศีรษะอโศก จ. ศรีสะเกษ
ชาวบ้านตำบลภูเงินกลุ่มหนึ่งสมัครใจไปเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรที่ศูนย์การเรียนรู้ศีรษะอโศก และด้วยการสนับสนุนทั้งความรู้และกําลังใจจากเครือข่ายที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สมาชิกหลายคนในกลุ่มจึงหันมาทำเกษตรปลอดสารได้ ๑๐๐% ทุกวันนี้นอกจากจะผลิตพืชผักปลอดสารขายให้คนในชุมชนแล้ว ชาวตำบลภูเงินกลุ่มนี้กลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษที่ช่วยกันขยายความคิดชักชวนเพื่อนบ้าน รวมถึงเด็ก ๆ ในโรงเรียนภูเงินทำโครงการ “ปลูกผักไร้สารพิษ เพื่ออาหารกลางวัน” อีกด้วย
เครือข่าย: ชุมชนศีรษะอโศก จ. ศรีสะเกษ
เวลาไม่ถึง ๑๐ ปี ชาวบ้านตำบลบัวใหญ่กว่าร้อยละ ๙๐ ได้ละทิ้งวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม หันมาบุกรุกทำลายป่าเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ ดังนั้นธรรมะหัวข้อหนึ่งที่พระนักเทศน์ได้หยิบยกมาเทศน์ในกิจกรรม “ลานธรรม” คือ การกตัญญูกตเวทีต่อผืนแผ่นดิน เพื่อใช้หลักธรรมคำสอนมาเป็นเครื่องเตือนสติ เกิดความรู้เท่าทัน หันมาดำรงชีวิตแบบพอเพียง เพื่อฟื้นคืนความร่มเย็นเป็นสุขกลับมาสู่ชุมชนและผืนแผ่นดินอีกครั้ง
เครือข่าย: เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง ต. บัวใหญ่ จ. น่าน
ชาวบ้านวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา พบว่าหนี้สินเป็นปัญหาใหญ่ที่นำความทุกข์มาให้มากที่สุด จึงได้ริเริ่ม “โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญา นำพาสู่วิถีทางแก้จน” ขึ้น โดยลงไปเก็บข้อมูลศึกษาชีวิตของบุคคลในชุมชนที่มีคุณธรรมและใช้ภูมิปัญญาในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญาด้านไม่มีหนี้ เช่น ลุงซ้อน ซึ่งมีนาเพียง ๓ ไร่ แต่เลี้ยงดูครอบครัวที่มีลูกถึง ๘ คนมาได้อย่างดีโดยไม่เคยกู้หนี้ หรือลุงแปลที่ใช้ความขยันอดทน มีหลักคิดใช้ชีวิตเรียบง่าย พึ่งตนเอง และไม่แตะต้องเหล้า การพนัน เป็นต้น เพื่อเป็นบทเรียนให้คนในชุมชนได้เรียนรู้จากตัวอย่างจริงใกล้ตัว
เครือข่าย: โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญา นำพาสู่วิถีทางแก้จน จ. สงขลา
ประยงค์ จันทบูรณ์ หรือป้ายิ้ม เป็นคนหนึ่งที่ชาวบ้านวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ยกย่องให้เป็นผู้มีภูมิปัญญาด้านการเกษตร เพราะป้ายิ้มเป็นคนอุตสาหะ อดออม ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง พึ่งตนเอง แม้จะมีที่ดินเพียงผืนน้อยหลังบ้านก็ยังทำเกษตรปลอดสารเลี้ยงครอบครัว ที่สำคัญ คือ ป้ายิ้มเป็นคนซื่อสัตย์ ทุกคนในชุมชนที่นำข้าวมาสีที่โรงสีข้าวเล็ก ๆ ของป้ายิ้มมั่นใจได้ว่านอกจากจะได้ข้าวสารสวยแล้วยังได้ข้าวกลับคืนครบทุกเม็ดด้วย
เครือข่าย: โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญา นำพาสู่วิถีทางแก้จน จ. สงขลา
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๕ ป่าพรุควนเคร็งเนื้อที่กว่าแสนไร่เกิดไฟไหม้รุนแรง ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งทำมาหากินสำคัญของคนควนเคร็งทั้งตำบล กลายเป็นวิกฤติใหญ่ที่ทำให้ทุกคนต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อหาทางแก้ และค้นพบว่าเหตุปัจจัยสําคัญที่ทำให้ไฟไหม้รุนแรง คือ การที่น้ำไหลออกจากพรุจนหมด คนควนเคร็งจึงร่วมมือร่วมแรงช่วยกันสร้างฝายจำนวนมากกระจายรอบป่าพรุ ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้ในป่าพรุน้อยมาก และเกิดการจัดการดูแลรักษาทรัพยากรของชุมชนอย่างรู้ค่าและหวงแหนมาถึงทุกวันนี้
เครือข่าย: เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนภาคใต้
หลังจากไฟไหม้ใหญ่ในป่าพรุควนเคร็ง ปลาในป่าพรุที่เคยอุดมสมบูรณ์หายไปจนเกือบสูญพันธุ์ ทำให้ชาวควนเคร็งเกิดจิตสำนึกใหม่ จากที่เคยเบื่อปลา ช็อตปลา หันกลับมาให้ความสำคัญเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ทั้งฟื้นฟูป่าและรักษาน้ำ และเรียนรู้ว่า ความโลภคือตัวการทำลายล้าง ต้องลด ละ มาเป็นพอเพียง ทุนทรัพย์ที่มีอยู่ของชุมชนจึงจะเพียงพอ และมีวิถีชีวิตที่คืนสู่ความปกติสุขอีกครั้ง
เครือข่าย: เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนภาคใต้
ชาวชุมชนบ้านหนองหญ้าปล้อง อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น สามารถพลิกวิกฤตที่ผู้คนหลงมัวเมาอบายมุข ให้กลับมาเป็นชุมชนที่มีความสุขได้อีกครั้ง ด้วยการฟื้นอาชีพทอผ้าไหมมัดหมี่ของบรรพบุรุษ เพราะทุกขั้นตอนการทำล้วนอาศัยหลักคุณธรรมจึงช่วยขัดเกลาจิตใจของคนทอให้ละเอียดอ่อน และยังช่วยสร้างรายได้ ทำให้พึ่งตนเองได้มากขึ้นและเมื่อขยับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากการใช้เคมีในการปลูกหม่อนย้อมไหมมาพึ่งพาธรรมชาติ ก็ยิ่งขยายวิถีชุมชมให้งดงามและเป็นสุขมากขึ้น
เครือข่าย: กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหนองหญ้าปล้อง จ. ขอนแก่น
เมื่อศูนย์คุณธรรมสนับสนุนโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง “รูปแบบการจัดแหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรม เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ทำให้ชาวบ้านหนองหญ้าปล้อง อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ค้นพบศักยภาพของชุมชนในฐานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คุณธรรมและวิถีชีวิตได้ จึงจัดเป็น “โฮมสเตย์” ให้นักท่องเที่ยวมาเรียนรู้สัมผัสความดีความงามในวิถีชุมชน เช่น ประเพณีบายศรีสู่ขวัญ การทอผ้าไหม หรือวิถีอยู่กินแบบพอเพียง โดยทุกคนในชุมชนต่างมา “โฮมแฮง” ร่วมแรงแข็งขันกันด้วยความสามัคคี
เครือข่าย: กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหนองหญ้าปล้อง จ. ขอนแก่น
กิจกรรมต่าง ๆ ในหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณธรรมของสถาบันฝึกอบรมผู้นำ จังหวัดกาญจนบุรี มุ่งให้ผู้เข้าอบรมเกิดความเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง คือ ลด ละ เลิกสิ่งที่ไม่ดีและเสริมสร้างสิ่งที่ดีเข้าไปแทนที่ โดยเน้นคุณธรรมพื้นฐาน ๖ ประการ คือ สะอาด ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ และกตัญญู หลังจากทำกิจกรรมผ่านไป ๓ วัน พิเชษฐ มละโยธา หนึ่งในกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรม ก็ตัดสินใจเลิกบุหรี่ นับเป็นหนึ่งตัวอย่างดีจากกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง
เครือข่าย: สถาบันฝึกอบรมผู้นำ จ. กาญจนบุรี
ผู้นำชุมชนกว่า ๕๐ คน ที่เข้าร่วมฝึกอบรมในโครงการ “พัฒนาศักยภาพผู้นำเครือข่ายคุณธรรมภาคอีสาน” ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบกินง่าย อยู่ง่าย บนฐานคิดของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการลงมือทำเอง เช่น ผสมปุ๋ยหมัก ทำแปลงปลูกผัก ฯลฯ เมื่อรวมกับกิจกรรมการคิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ทำให้ผู้นำชุมชนหลายคนเริ่มมองเห็นแนวทางในการกลับไปพัฒนาชุมชนของตนชัดเจนขึ้น
เครือข่าย: เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง ภาคอีสาน
หลังจากมีการทำแผนแม่บทชุมชนในปี ๒๕๔๗ ชาวตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา พบว่า ทั้งปัญหาสุขภาพ ความยากจน และสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ล้วนเป็นผลมาจากเกษตรเคมี เกษตรกรกลุ่มหนึ่งจึงรวมกันตั้ง “กลุ่มเกษตรธรรมชาติทิพย์คีรี” ยึดหลักผลิตอย่างรับผิดชอบและขายอย่างมีคุณธรรม คือ ปลูกพืชโดยลด ละ เลิกการใช้สารเคมี โดยเริ่มต้นกับสวนของตัวเองจนกระทั่งได้ผลดี ก็ขยายทั้งความรู้และผลผลิตไปทั่วทั้งในชุมชนจนถึงผู้บริโภคในเมือง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะดีไร้สารพิษ
เมื่อพบว่าคนในตำบลทุ่งนนทรี อําเภอเขาสมิง จังหวัดตราด มีหนี้สินกันมาก สาเหตุหนึ่งเกิดจากการใช้จ่าย ฟุ่มเฟือย จึงเกิดโครงการ “พัฒนาทุนทางสังคม เพื่อสร้างชุมชนเป็นสุข” ขึ้น โดยทุกวันที่ ๑ ของเดือน ชาวบ้านจะมาเรียนรู้วิธีลดรายจ่ายในครัวเรือน โดยมีอาสาสมัครจากที่ต่าง ๆ มาช่วยให้ความรู้ เช่น อาหารสูตรประหยัด ทำสบู่ และน้ำยาล้างจาน ไว้ใช้เอง ทำให้หลายคนสามารถลดรายจ่ายในครอบครัวลงได้ และยังชวนกันหันมาลด ละ เลิกอบายมุข ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาหนี้สินอีก
เครือข่าย: โครงการพัฒนาทุนทางสังคม เพื่อสร้างชุมชนเป็นสุข จ. ตราด
อุดร สุนทร เกษตรกรบ้านแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด เป็นคนหนึ่งที่ได้ไปศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้ศีรษะอโศก จังหวัดศรีสะเกษ ในโครงการ “พัฒนาทุนทางสังคม เพื่อสร้างชุมชนเป็นสุข” เมื่อกลับมา อุดรก็ได้สติ คิดตั้งต้นชีวิตใหม่ ตัดสินใจเลิกเหล้า ลดความโลภ จากที่เคยทำการเกษตรแบบหวังรวย หันมาทำเกษตรอินทรีย์แบบพออยู่พอกินและทำปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ในที่สุดก็สามารถปลดหนี้จำนวนมากได้ อุดรและครอบครัวจึงกลับมามีความสุขอีกครั้ง
เครือข่าย: โครงการพัฒนาทุนทางสังคม เพื่อสร้างชุมชนเป็นสุข จ. ตราด
หลังจากไปเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ที่ศูนย์เรียนรู้ศีรษะอโศก จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มชาวนาหนุ่มไฟแรงของบ้านแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด ก็ตัดสินใจเลิกใช้สารเคมีในการทำนาและปลูกมันเทศ หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ทํากันเองเพื่อช่วยลดต้นทุน นอกจากนี้ยังเปลี่ยนพฤติกรรมจากกลุ่มที่ชอบเที่ยวสำมะเลเทเมา มาเป็นกลุ่มเรียนรู้ที่เข้มแข็งและพึ่งตนเองได้
เครือข่าย: โครงการพัฒนาทุนทางสังคม เพื่อสร้างชุมชนเป็นสุข จ. ตราด
ความทุกข์ที่ทับถมมานานของชาวบ้านสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ ปัญหาที่ทำกินทับซ้อนอยู่กับป่าพรุซึ่งเป็นเขตป่าสงวน แม้จะเรียกร้องอย่างรุนแรงหลายครั้งแต่ก็ไม่เกิดผล เมื่อมีโครงการ “เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” จึงเกิดเวทีแลกเปลี่ยนพูดคุยที่ทำให้กลุ่มแม่บ้านมองเห็นว่าปัญหาปากท้องใกล้ตัวจำเป็นกว่า จึงคิด “โครงการตู้เย็นรอบบ้าน” ขึ้น ชักชวนเพื่อนบ้านปลูกพืชทุกอย่างที่กิน บนผืนดินที่มี เพื่อให้ทุกบ้านมีแหล่งผลิตอาหารที่สดและปลอดภัย คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น กลายเป็นความสุขง่าย ๆ ที่สร้างได้ทันทีจากรอบบ้าน
เครือข่าย: โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน จ. สุราษฎร์ธานี
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน “โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” ของชาวปากแพรก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้บ้าน วัด และโรงเรียน นำปัญหาเรื่องผู้สูงอายุว้าเหว่ และเยาวชนที่หลงใหลกระแสวัฒนธรรมตะวันตกมาแลกเปลี่ยนและค้นหาทางออกร่วมกัน จึงช่วยกันทำโครงการ “โรงเรียนชีวิต” นำเด็ก ๆ มาเรียนรู้คุณธรรมจากคนเฒ่าคนแก่ ผ่านเพลงพื้นบ้านอย่างเพลงบอกและเพลงกล่อมเด็ก ปัญหาจึงเริ่มคลี่คลาย เพราะฐานรากชีวิตและจิตวิญญาณของคนรุ่นก่อนที่ถูกส่งต่อสู่คนรุ่นหลังนั้นได้ช่วยถักทอความสัมพันธ์ระหว่างคนสองวัยและคนในชุมชนให้อบอุ่นและเข้มแข็งขึ้น
เครือข่าย: โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน จ. สุราษฎร์ธานี
ในอดีต หลายครอบครัวในตําบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ต้องเผชิญความทุกข์จากเหล้า และเมื่อทำแผนแม่บทชุมชนก็พบว่า ค่าเหล้าและเบียร์ คือ รายจ่ายมหาศาลที่สร้างภาระหนี้สินให้ จึงช่วยกันคิดและวางมาตรการต่าง ๆ เช่น ข้อตกลงงดเหล้าในงานศพ การงดสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการของชุมชนหากติดเหล้า รวมถึงขอความร่วมมือจากร้านค้าให้เลิกขายเหล้า วันนี้หลายคนจึงเลิกเหล้าได้ หลายครอบครัวที่เคยทุกข์ก็เปลี่ยนเป็นสุข เพราะทั้งชุมชนช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ดูแลซึ่งกันและกัน ความสุขจึงกลับคืนมาสู่ทุกคนได้อย่างแท้จริง
เครือข่าย: ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ต. ศรีษะเกษ จ. น่าน
ตําบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นหนึ่งในต้นแบบตำบลคุณธรรม เพราะยึดหลักอปริหานิยธรรมเป็นแนวทางกำกับทิศทางและแผนพัฒนาของชุมชน โดยทุกครัวเรือนทั้ง ๑๔ หมู่จะมาประชุมกันอย่างพร้อมเพียงเป็นประจำทุกเดือน เพื่อหยิบเอาปัญหาทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ มาพูดคุยและหาแนวทางร่วมในแก้ปัญหา รวมถึงร่วมมือร่วมแรงกันดูแล พื้นที่สาธารณะ จนกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งที่งดงามน่าอยู่
เครือข่าย: ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ต. ศรีษะเกษ จ. น่าน
เมื่อพบว่าชุมชนที่อยู่รอบ ๆ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังเผชิญกับภาวะหนี้สิน ทุกข์จากการทำมาหากิน และครอบครัวแตกกระจาย ขาดความอบอุ่น พระสรยุทธ ชยปัญโญ จึงชวนชาวบ้านหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง โดยสร้างกิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ๔ ด้าน คือ ๑. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และป่าต้นน้ำ ๒. เปลี่ยนวิถีการผลิตมาเป็นเกษตรอินทรีย์ และผลิตปัจจัยสี่ พึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด ๓. ใช้พลังงานอย่างรู้ค่าและศึกษาหาพลังงานทดแทน ๔. จัดการศึกษาแบบพอเพียง เพื่อให้ลูกหลานมีความรู้และความดี เมื่อทําทั้ง ๔ ด้านไปพร้อม ๆ กัน ความอยู่เย็น เป็นสุขก็ค่อย ๆ กลับคืนมา
เครือข่าย: วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม จ. เชียงใหม่
เพราะต้องการให้เด็ก ๆ มีความรักผูกพันกับครอบครัวและชุมชนบ้านเกิด รวมทั้งการเติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพ และมี ส่วนร่วมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งยั่งยืน พระสรยุทธ ชยปัญโญ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม จึงจัดการศึกษาแบบพอเพียงเป็นทางเลือกให้กับชุมชนที่ไม่ต้องการส่งลูกไปเรียนไกลในเมือง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ทักษะชีวิตในด้านต่าง ๆ ผ่านการลงมือปฎิบัติจากโจทย์ในชีวิตจริงและห้องเรียนของจริงที่มีอยู่หลากหลายในชุมชน ทำให้เด็กคิดได้ ทำได้ แก้ปัญหาเป็นและมีความรู้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน
เครือข่าย: วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม จ. เชียงใหม่
สุวรรณ ทองโสมาส และปรีดา ทำเสน สองสามีภรรยาที่เคยหลงใหลอบายมุขจนครอบครัวมีแต่ทุกข์และหนี้สินท่วมตัว กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตจนมีความสุขได้ เพราะกลุ่มเพื่อนศีล ๕ หรือกลุ่มนักปฏิบัติธรรมในชุมชนที่คิดทำโครงการ “ธนาคารศีล ๕” ขึ้น โดยจัดประชุมธรรมะทุกเดือนเพื่อนำความหมายของศีล ๕ มาพูดคุย เหนี่ยวโน้มความคิดและจิตใจของผู้ที่เคยหลงใหลไปกับอบายมุข โดยใช้พลังของความเป็นสังฆะหรือชุมชนช่วยกันเรียนรู้จนศีลของทุกคนแข็งแกร่ง งอกงามเป็นดอกผลความดี และสั่งสมเป็นทุนที่เข้มแข็งของชุมชน
โครงการ “แผนที่คนดี” เป็นหนึ่งในโครงการจัดการความรู้ด้านคุณธรรมที่ศูนย์คุณธรรมสนับสนุนให้ทีมวิจัยจากสถาบันอาศรมศิลป์ ลงไปทำงานในพื้นที่ โดยดึงเอาลูกหลานคนในชุมชนมาเป็นอาสาสมัครนักวิจัยร่วมกันค้นหาเรื่องราวความดีในตัวคนทุกคนและนำไปสื่อสารคืนกลับให้ชุมชน การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้จึงได้ทั้งการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในชุมชน และสร้างการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนอย่างมีพลัง เพราะการสื่อสารความดีย้อนกลับไปทำให้ทุกคนตระหนักถึงสิ่งดี ๆ เกิดความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีงามต่อไป
เครือข่าย: สถาบันอาศรมศิลป์ กรุงเทพฯ
สิ่งที่นักวิจัยทุกคนในโครงการแผนที่คนดีสัมผัสได้จากการลงไปเรียนรู้ รับฟัง เรื่องราวของชาวอุรัคลาโว้ยแต่ละคนในบ้านสังกาอู้ ชุมชนปลายสุดแหลมของเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ คือ ความซื่อสัตย์ ความเกื้อกูล ความสามัคคีปรองดอง และการใช้ชีวิตอย่างสมถะ เป็นคุณธรรมความดีของชาวสังกาอู้ที่แฝงเร้นอยู่ในวิถีชีวิต เมื่อโครงการแผนที่คนดีนำมาสื่อสารให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ชุมชนจึงตระหนักถึงคุณค่าและพลังความดีที่มีอยู่เพื่อใช้เป็นฐานทุนอันแข็งแรงในการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเข้ามา
เครือข่าย: สถาบันอาศรมศิลป์ กรุงเทพฯ
ศูนย์คุณธรรมสนับสนุน ชาวตำบลวัดจันทร์ ทําโครงการ “ฟื้นฟูภูมิปัญญา นำพาสู่วิถีทางแก้จน” เริ่มจากการลงไปค้นหาคนดีมีความสามารถในชุมชน จนได้ผู้มีภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับถึง ๒๒ คน เช่น ภูมิปัญญาด้านไม่เป็นหนี้ การทำขนมไทย การใช้สมุนไพร ฯลฯ มาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และหลักคิดในการดำเนินชีวิต เป็นการรวมทุนดี เพื่อช่วยกันพลิกฟื้นศักยภาพและศักดิ์ศรีของชุมชน ให้ยืนหยัดอยู่อย่างมั่นใจ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง
เครือข่าย: โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญา นำพาสู่วิถีทางแก้จน จ. สงขลา
ถึงแม้จะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เด็ก ๆ โรงเรียนบ้านหนองหนอน ก็ยังออกไปเยี่ยมผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน เพื่อตามหาคนดี จดลงบันทึกเป็นแผนที่ความดี การได้พูดคุย ซักถามหลักคิดในการดำเนินชีวิต เช่น ป้าแหวงที่ยึดหลักเลี้ยงชีวิตด้วยสัมมาอาชีพ ป้าแหวดที่ดูแลแม่ผู้ชราอย่างอ่อนโยน ทำให้เด็ก ๆ ได้เห็นแบบอย่างดี เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ว่า ชีวิตของคนในชุมชนมีความสุข ความอบอุ่น เพราะมีคุณธรรมเป็นฐานคิด และพวกเขาจะเติบโตต่อไปโดยยึดหลักคุณธรรมเช่นเดียวกับแบบอย่างคนดีที่ได้บันทึกไว้
เครือข่าย: โรงเรียนบ้านหนองหนอน จ. นครศรีธรรมราช
เมื่อศูนย์คุณธรรมสนับสนุนให้วิทยาลัยการจัดการทางสังคม ภาคอีสาน ทำโครงการ “ชุมชนเรียนรู้ คู่คุณธรรม” เพื่อสืบค้นทุนความดีในท้องถิ่น กลุ่มเยาวชน ตำบลเสียว ๔๐ คน ที่เข้าร่วมโครงการก็ช่วยกันกระจายกําลังลงไปค้นหาคุณค่าความดีงามของคน กิจกรรม และวัฒนธรรมในชุมชนของตน โดยใช้เครื่องมือสำคัญคือ การทำแผนที่คนดี เด็ก ๆ จึงได้เรียนรู้ฐานทุนความดีที่ชุมชนมี จนเกิดความภาคภูมิใจและกลายเป็นความรัก ความมุ่งมั่นที่จะสืบสานความดีนั้นต่อไป
เครือข่าย: วิทยาลัยการจัดการทางสังคม ภาคอีสาน
ตำบลเปือยเป็น ๑ ใน ๒๕ ชุมชนเข้มแข็งต้นแบบที่ได้รับคัดเลือกจากโครงการ “ขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณธรรมภาคอีสาน” เมื่อชาวบ้านเปือยทั้งตำบลได้ช่วยกันค้นหาทุนความดีที่มีอยู่ในตัวคน และชุมชน ก็พบว่ามีมากมายจนเกิดเป็นโครงการ “๑๖๕ ความดี ฟื้นฟูวิถีชุมชนคน ต.เปือย” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์คุณธรรม ให้นำเอาความดีที่ค้นพบมาแลกเปลี่ยน เผยแพร่ และยกย่อง ทำให้คนในชุมชนเกิดความภูมิใจและเชื่อมต่อ ขยายผลทุนความดีเหล่านี้ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างชุมชนให้เข็มแข็งอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นได้เรียนรู้ด้วย
เครือข่าย: โครงการ ๑๖๕ ความดี ฟื้นฟูวิถีชุมชน ต. เปือย จ. อำนาจเจริญ
เด็ก ๆ โรงเรียนสุวรรณสุทธารามวิทยากำลังทำแผนที่ความดี เริ่มแรก พวกเขาต้องผ่านการอบรมการผลิตสื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์ กระดานข่าว การจัดรายการวิทยุ การถ่ายภาพ รวมถึงเทคนิคการสัมภาษณ์ เพื่อนำมาใช้เล่าเรื่องความดีที่จะออกไปสัมผัส เมื่อพร้อมแล้วก็ลงพื้นที่จริง ออกไปค้นหาคนดีในชุมชนวัดทองสุทธาราม การลงไปสังเกต พูดคุย ซักถาม นอกจากจะทำให้ทุกคนรู้สึกใกล้ชิดชุมชนมากขึ้นแล้ว ยังค้นพบความดีหลากหลายรูปแบบที่มีอยู่ในตัวแต่ละคน แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้เด็ก ๆ เกิดกำลังใจทำความดีด้วยเช่นกัน
เครือข่าย: โรงเรียนสุวรรณสุทธารามวิทยา จ.กรุงเทพฯ
ศูนย์คุณธรรมสนับสนุน ศูนย์วิจัยค้นคว้าศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยแสงธรรม จัดทำโครงการ “อบรมผู้นำยุวชนศาสนสัมพันธ์” ชีวิต ๓ วันในค่ายเยาวชนต่างศาสนาทั้งพุทธ คริสต์ และอิสลาม จะออกไปเรียนรู้ถึงแก่นคำสอนและพิธีกรรมของแต่ละศาสนาจากวัตรปฏิบัติจริงในวัด โบสถ์ และมัสยิด เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเรียนรู้เรื่องศาสนาด้วยใจที่เปิดกว้าง จึงเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและนําไปสู่จิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
เครือข่าย: ศูนย์วิจัยค้นคว้าศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยแสงธรรม จ. นครปฐม
เยาวชน ๓ ศาสนา ใช้ชีวิตร่วมกันในค่าย “ยุวชนศาสนิกสัมพันธ์” บนฐานคิดที่ว่า ต้องมีทัศนะเปิดกว้าง พร้อมจะเรียนรู้ เคารพ และรับฟัง มองเห็นความดีของคนอื่น ๆ ทำให้พวกเขาเติบโตทางความคิด เกิดการเรียนรู้ใหม่จากประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสเองว่า แม้จะต่างความเชื่อ ต่างศาสนา ทุกคนต่างมีความดีงามของตนและสามารถเป็นเพื่อนกันได้
เครือข่าย: ศูนย์วิจัยค้นคว้าศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยแสงธรรม จ. นครปฐม
หลังจากผู้นำเยาวชนทั้งพุทธ คริสต์ และอิสลาม ผ่านการอบรมจากค่าย “ยุวชนศาสนสัมพันธ์” มาแล้ว ทุกคนก็มาทำงานร่วมเป็นทีมเดียวกัน เพื่อช่วยกันจัดค่าย “ยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์” พวกเขาต้องฝึกทักษะ เทคนิคการจัดค่าย การเป็นผู้นำกิจกรรม การจัดกระบวนการแลกเปลี่ยน ให้กับเพื่อนชาวใต้ ๖๐ คน ซึ่งมีทั้ง ๓ ศาสนาเช่นเดียวกัน ค่ายครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดการสร้างผู้นำที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องศาสนสัมพันธ์ และสามารถจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่แนวคิดนี้ต่อไปในสังคมได้ด้วย
เครือข่าย: ศูนย์วิจัยค้นคว้าศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยแสงธรรม จ. นครปฐม
ในค่าย “ยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์” เยาวชนชาวพุทธ คริสต์และอิสลามในภาคใต้ ได้มาร่วมกันแลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิถีปฏิบัติในชีวิตจริงของแต่ละศาสนา จึงนำไปสูความเข้าใจระหว่างกัน และมองเห็นความเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางศาสนาที่แตกต่าง
เครือข่าย: ศูนย์วิจัยค้นคว้าศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยแสงธรรม จ. นครปฐม
สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ร่วมกับศูนย์คุณธรรมและภาคีเครือข่าย จัดค่าย “คุรุศาสนสัมพันธ์” ขึ้น เพื่อให้ครูและผู้บริหารจากโรงเรียนเอกชนทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลามในภาคเหนือและภาคอีสาน มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิถีชีวิตและวิถีปฏิบัติจริงของแต่ละศาสนา นำไปสู่ความเข้าใจระหว่างกัน กลายเป็นประสบการณ์มีค่าที่จะนำไปถ่ายทอดให้กับเด็กและเยาวชนต่อไป
พระครูวินัยธรนิคม สิริวัฑฒโน ชักชวนพระสงฆ์กว่า ๒๐๐ รูปมาร่วมกันฝึกตนในโครงการ “ธุดงค์ธรรมจาริกเทอดพระเกียรติ” ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนกับเส้นทางเดินเท้านับพันกิโลเมตร พระภิกษุทุกรูปต้องปฏิบัติตามธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด จึงเผชิญกับปัญหาหรือความทุกข์อย่างแท้จริง และเมื่อใช้สติกำกับในทุกขณะ ปัญญาตื่นรู้จึงค่อย ๆ งอกงามขึ้นจากภายใน การธุดงค์จึงเป็นกระบวนการที่นำภิกษุสงฆ์เรียนรู้และฝึกตนบนเส้นทางเดียวกับพระพุทธองค์ คือ เผชิญทุกข์เพื่อสร้างปัญญาจนหลุดพ้น และยังช่วยสร้างพระสงฆ์ที่ดี เพื่อช่วยกันสืบสานพระศาสนาต่อไป
พระสงฆ์จากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ “ธุดงค์ธรรมจาริกเทอดพระเกียรติ” ไม่เพียงแต่จะได้ฝึกตนและบ่มเพาะปัญญา ยังได้สัมผัสทุกข์สุขของผู้คน เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพระกับชุมชนที่เกื้อกูลกันมาตลอดนับพันปี ข้าวปลาอาหารที่เจียดแบ่งจากความยากลําบากเพื่อเป็นของถวาย คือ พลังศรัทธาของชาวบ้านที่ได้รับตลอดการเดิ นธุดงค์ เป็นประสบการณ์มีค่าที่ทำให้พระภิกษุทุกรูปเกิดความตั้งมั่นที่จะดำรงอยู่ในวัตรปฏิบัติงดงาม และทำหน้าที่สาวกของพระพุทธเจ้า คือ เผยแพร่ความจริงอันประเสริฐเป็นการตอบแทนทุกชีวิตที่เกื้อกูลร่วมกันบนเส้นทางธรรม
เพราะปัญญาพึงเกิดได้จากการฟัง เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง ตำบลบัวใหญ่ จึงจัดกิจกรรม “ลานธรรม” ขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านได้ฟังธรรมจากพระนักเทศน์ เช่น เรื่องความสามัคคีทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนั้น เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนาน เพราะสอดแทรกเรื่องเล่าที่มีเนื้อหาขบขันทำให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย และสามารถน้อมนำ ธรรมะเข้ามาเป็นเครื่องพัฒนาจิตใจได้
เครือข่าย: เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง ต. บัวใหญ่ จ. น่าน
คุณปู่ชวน เปี่ยมสมบูรณ์ วัย ๙๔ ปี เป็นผู้สูงอายุที่มีวัตรปฏิบัติในการดูแลร่างกายและจิตใจอย่างสมดุล ทั้งการสวดมนต์ นั่งสมาธิทุกเช้าเพื่อให้จิตใจสงบ ดูแลอาหารการกินที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นี่คือความลับของการมีชีวิตยืนยาวท่ามกลางลูกหลานในครอบครัวที่อบอุ่น ทุก ๆ วันของคุณปู่จึงเป็นความสุขที่สร้างได้ง่าย ๆ ในบั้นปลายชีวิต
ห้องสมุดธรรมะบ้านอารีย์ เปิดกว้างให้บริการหนังสือธรรมะหลากหลาย จัดแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างดี ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หนังสือหายาก พระไตรปิฎก หนังสือดีที่แนะนำ และแจกฟรีหนังสือ ซีดีธรรมะให้ติดมือกลับไปอ่านที่บ้านด้วย กิจกรรมและการบริหารจัดการทั้งหมดของห้องสมุดเกิดขึ้นจากความตั้งใจดีของคนกลุ่มเล็ก ๆ และขยายขับเคลื่อนต่อด้วยพลังศรัทธาและพลังจิตอาสาของผู้มารับบริการ ห้องสมุดธรรมะบ้านอารีย์จึงไม่ได้เป็นแค่แหล่งรวบรวมหรือเผยแพร่หนังสือธรรมะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ดีที่เปิดกว้างให้คนในสังคมเมืองได้รวมกลุ่ม เรียนรู้ และทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม
เครือข่าย: บ้านอารีย์ กรุงเทพฯ
ตึกเล็ก ๆ ใจกลางกรุงเทพฯ จัดและดัดแปลงใหม่เป็น “เรือนธรรม” ภายในมีห้องสมุดให้บริการทั้งหนังสือ เทป และซีดีธรรมะ และห้องปฏิบัติธรรมซึ่งจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การอบรมสมาธิเบื้องต้น หรือที่เรียกกันว่า “ห้องเรียนสมาธิชั้นป.๑” โดยอาสาสมัครจากชมรมกล้าธรรมเป็นวิทยากรอบรมให้ฟรี ทุกสัปดาห์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน เรือนธรรมจึงเป็นเสมือนบ้านพักผ่อนทางจิตใจด้วยธรรมะกลางเมืองใหญ่ ที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้เข้ามาค้นหาความสุขสงบที่แท้จริง
เครือข่าย: ห้องหนังสือเรือนธรรม กรุงเทพฯ
อิสรภาพในเรือนจำเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างงดงาม เมื่อศูนย์คุณธรรมสนับสนุนโครงการ “อบรมธรรมปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง” เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังนับร้อยฝึกปฏิบัติธรรม ตามรู้ทุกอารมณ์ ทุกการเคลื่อนไหว กระทั่งเกิดสติ จิตสัมผัสความสว่าง สงบ และเบิกบาน เรือนจำจึงกลายเป็นเรือนธรรม ที่นำหัวใจของผู้ต้องขังทุกคนค้นพบกับอิสรภาพที่แท้จริง คือ อิสระจากความทุกข์ และเมื่อถึงวันที่ออกไปใช้ชีวิตในสังคม ประสบการณ์ธรรมปฏิบัติในเรือนธรรมนี้ก็จะเป็นเสมือนอาวุธทางปัญญาที่ช่วยให้พวกเขามีเรือนใจที่มั่นคงในการกลับเป็นคนดีของสังคมอีกครั้ง
ผู้ต้องขังหญิงคนหนึ่งเคยทุกข์อย่างแสนสาหัสกระทั่งคิดฆ่าตัวตายเพราะต้องโทษประหาร หลังจากเข้าอบรมในโครงการ “อบรมธรรมปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง” หรือ “เรือนจำ เรือนธรรม” เธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงวิธีคิดและมุมมองต่าง ๆ ต่อการใช้ชีวิต เพราะธรรมปฏิบัติทำให้สัมผัสถึงความสงบเย็น และค้นพบคุณค่าของการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความหมายและพร้อมรับกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วยจิตใจที่มั่นคง
ท่านติช นัท ฮันห์ พระมหาเถระชาวเวียดนามนิกายเซนมหายาน เดินทางมาแสดงธรรมให้กับชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ในบ่ายวันนั้น ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ในสวน ท่านได้แนะนำให้ทุกคนเรียนรู้ที่จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสติและความเมตตากรุณาลงในจิตใจ เพื่อเยียวยาตัวเองและคนรอบข้างจากความทุกข์ ความโกรธ ความเศร้า และความขัดแย้ง เพื่อนำความเบิกบานและสันติสุขกลับคืนสู่จิตใจ ครอบครัว และสังคม
ศูนย์คุณธรรมสนับสนุนให้สื่อมวลชนไทยเข้าร่วมการอบรมภาวนา “สู่ศานติ สมานฉันท์” กับท่านติช นัท ฮันห์ และคณะภิกษุ ภิกษุณีจากหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางมาแสดงธรรมที่ประเทศไทย ตลอดการอบรม ๕ วันเต็ม สื่อมวลชนกว่า ๗๐ ชีวิต ได้ฝึกสติ เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างมีความสุขและเบิกบาน อันเป็นรากฐานสำคัญในการรู้จักและรู้เท่าทันตนเอง การอบรมครั้งนี้จึงช่วยพัฒนาศักยภาพภายในของสื่อมวลชน ซึ่งนอกจากจะนำธรรมะไปใช้ในชีวิตแล้วยังช่วยให้การทำงานสื่อสารกับประชาชนวงกว้างนั้นมีความละเอียดอ่อนลึกซึ้ง และเข้าถึงความดี ความจริง ความงามได้มากขึ้น
ปลายปี ๒๕๔๘ ศูนย์คุณธรรมจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติและตลาดนัดคุณธรรมครั้งที่ ๑ ขึ้น โดยชักชวนภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่ทำงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสังคม นำความดีหลากหลายเนื้อหามาเผยแพร่ ตลาดนัดคุณธรรมจึงเป็นการสร้างพื้นที่ให้ทุกคนมาแบ่งปันสิ่งดี ๆ แก่กันและสร้างจิตสํานึกการทำความดีให้แพร่ขยายออกไป
เครือข่ายคุณธรรมด้านต่าง ๆ ร่วมระดมความคิด รวบรวมองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันฉันกัลยาณมิตรอย่างต่อเนื่อง ประมวลเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารประเทศ เรียกว่า “คำประกาศเจตนารมณ์สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” มอบให้กับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติและตลาดนัดคุณธรรมครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๔๘ มุ่งหมายให้เกิดโครงสร้างทางสังคมที่เอื้อต่อการทำความดีทุกรูปแบบเพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมสันติสุข
ครอบครัวเป็นหน่วยเล็กที่สำคัญที่สุดในการบ่มเพาะและปลูกฝังคุณธรรมในสังคม ศูนย์คุณธรรมจึงสนับสนุนให้มีกิจกรรมหลากหลายที่เสริมสร้างความดีและความสุขสำหรับครอบครัว ในงานสมัชชาและตลาดนัดคุณธรรมครั้งที่ ๑ กิจกรรมที่ได้รับความสนใจมาก คือ ศิลปะ โดยเฉพาะการวาดการ์ตูนอย่างง่าย ๆ ที่ทั้งสนุก เสริมจินตนาการ และยังเป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ลูกได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ไปพร้อมกันอย่างอบอุ่น
ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติและตลาดนัดคุณธรรม ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๕๐ วาระใหญ่ที่ผู้นำทางสังคมต่างเห็นพ้องกันคือ ถึงเวลาคุณธรรมนำสังคมไทย เพราะการแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศต้องใช้พลังคุณธรรมขับเคลื่อน จึงจะฝ่าวิกฤติเลวร้าย และนำพาประโยชน์สุขคืนกลับสู่คนทั้งแผ่นดินได้
เครือข่ายองค์กร กลุ่มคนและปัจเจกบุคคลจากหลายพื้นที่ที่ใช้หลักคุณธรรมขับเคลื่อนการทำงานพัฒนามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตั้งแต่เวทีในพื้นที่ย่อยจนถึงระดับภาค เมื่อถึงงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ปี ๒๕๕๐ ตัวแทนสมัชชาคุณธรรมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้และภาคอีสาน ก็มาประชุมร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ตกผลึกจนได้ “ปฏิญญาคุณธรรม” ที่เป็นฉันทามติร่วมของภาคประชาชน ส่งมอบให้กับผู้บริหารประเทศ
ศูนย์คุณธรรมและองค์กรภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติและตลาดนัดคุณธรรม ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๕๐ ขึ้น ในครั้งนี้มีทั้งนิทรรศการโครงงานคุณธรรมของเด็กนักเรียนที่รวมใจทําดีถวายในหลวง กิจกรรมสร้างสรรค์ สื่อการแสดง ศิลปวัฒนธรรม การเล่านิทาน รวมถึงกิจกรรมธรรมะบันเทิง อาทิ ศิลปธรรม และธรรมคีตา จากเครือข่ายต่าง ๆ ตลาดนัดคุณธรรมจึงเป็นความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ประจำปีที่ทุกคนต่างได้ให้และได้รับความรู้ มิตรภาพ และกําลังใจในการทำงานเพื่อขยายความดีให้กว้างไกลต่อไป
งานตลาดนัดคุณธรรม ปี ๒๕๕๐ มีสีสันขึ้นด้วยฝีมือของเด็กน้อยจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มาเรียนรู้ร่วมกัน บ้างก็เป็นกิจกรรมสนุก ๆ อย่างขบวนรถขยะที่รวบรวมเอาของเสียมาเปลี่ยนเป็นของดี บ้างก็เรียนรู้เรื่องความสงบนิ่งจากกิจกรรมปักผ้า คุณธรรมของเด็ก ๆ ที่สะท้อนออกมาในแววตาสดใสและรอยยิ้มเบิกบานเตือนให้ตระหนักว่ามนุษย์ทุกคน
มีเมล็ดพันธุ์ความดีงามอยู่ในตัว หากถนอมไว้ด้วยความรักและจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อก็จะงอกงามได้
จากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่ายองค์กรภาคีด้านคุณธรรมในพื้นที่ระดับตำบลเรื่อยมาถึงระดับจังหวัด และขยายผลสู่เวทีระดับภาค จึงเกิดการจัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรมภาคเหนือขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๕๐ นำเสนอผลของกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนหรือพื้นที่คุณธรรมต้นแบบ ซึ่งเกิดขึ้นตามบริบทและการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ สรุปรวมเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อภาครัฐ และแผนปฏิบัติการที่ชุมชนและองค์กรท้องถิ่นร่วมกันรับไปดำเนินการ
เพราะเข้าใจว่า ความหมายของสมัชชา คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คนมากมายจากหลายพื้นที่ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ จึงพร้อมใจกันมาร่วมแลกเปลี่ยนในงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรมภาคใต้ ปี ๒๕๕๐ จนเกิดเป็นเครือข่ายคุณธรรมที่เข้มแข็ง และตกผลึกความคิดได้วิสัยทัศน์ร่วม คือ เร่งเรียนรู้ธรรมาธิปไตยเพื่อชุมชนถิ่นใต้อยู่ดีมีสุขร่วมกันบนวิถีวัฒนธรรมอันหลากหลาย
เครือข่ายคุณธรรมจาก ๒๘ จังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในงานสมัชชาคุณธรรม และตลาดนัดคุณธรรมภาคกลาง ปี ๒๕๕๐ ปีนี้เน้นประเด็นสำคัญเรื่องคุณธรรมกับเยาวชน จึงกำหนดการอภิปรายไว้ ๔ หัวเรื่องใหญ่ คือ เยาวชนกับคุณธรรม ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ สื่อสีขาว และศาสนธรรม เพื่อจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้คุณธรรมของเยาวชน
งานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรมภาคอีสาน ปี ๒๕๕๐ เริ่มต้นด้วยการร่วมใจตักบาตรเทโวโรหนะกันอย่างอบอุ่น ก่อนรวมพลังระดมความคิดเห็น และนำข้อเสนอจากการทำสมัชชาคุณธรรมระดับตำบลและระดับจังหวัดมาขับเคลื่อนเป็นแผนการทํางานด้านคุณธรรมในระดับภาค จนตกผลึกได้เป็นปฏิญญาว่าด้วยการสร้างสังคม “รู้ รัก สามัคคี และอยู่ดีมีสุข” ของเครือข่ายคุณธรรมภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด
ในงานสมัชชาและตลาดนัดคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๕๑ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องดี ๆ ยังคงเกิดขึ้นทั้งในส่วนของตลาดนัด และเวทีประชุมกลุ่มย่อย ปีนี้ยิ่งพิเศษขึ้น เมื่อแนวคิดต่าง ๆ ได้รับการสังเคราะห์ต่อยอดจากงานสมัชชาระดับจังหวัดและระดับภาค ทำให้ปฏิญญาคุณธรรมครั้งนี้มีเนื้อหาเข้มข้น มีพลังของแนวร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ จากทุกภาคีเครือข่าย สอดคล้องกับธงที่ตั้งไว้ คือ “รวมพลังสร้างสังคม รู้รัก สามัคคี วิถีไทย”
ศูนย์คุณธรรมสนับสนุนให้สถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข หรือ สรส.จัดทำโครงการ “การจัดการความรู้และการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมของเครือข่ายคุณธรรม” หลังจากผ่านกระบวนการอบรมอย่างเข้มข้น ๑๕ เดือน เครือข่ายคุณธรรมแต่ละพื้นที่ก็นำบทเรียนดี ๆ ในการทำงานพัฒนาซึ่งสกัดได้จากการใช้เครื่องมือการจัดการความรู้มาสื่อสาร แลกเปลี่ยนอย่างเปิดใจ และฟังอย่างลึกซึ้ง ในงานตลาดนัดการจัดการความรู้เครือข่ายคุณธรรมครั้งแรก ปี ๒๕๕๐
ศูนย์คุณธรรมร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษา ๑๒ องค์กร จัดงานประชุมวิชาการ “เปิดขอบฟ้าคุณธรรมจริยธรรม” ครั้งแรกขึ้นในปี ๒๕๕๑ เพื่อรวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมจากทั่วประเทศ มานำเสนอให้นักวิจัยและคนทำงานคุณธรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอดให้เกิดการพัฒนาคุณภาพงานวิจัย และนำองค์ความรู้ที่มีไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดสังคมคุณธรรมบนฐานความรู้
นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์จาก ๑๐ สถาบัน ช่วยกันระดมความคิดผลิต “สื่อสร้างสรรค์คุณธรรม” เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในค่าย “กิจกรรมสร้างเสริมสื่อสร้างสรรค์คุณธรรม” ซึ่งศูนย์คุณธรรมจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ ทุกคนจะต้องผลิตชิ้นงานโดยอาศัยชุมชนชาวประมงรอบ ๆ หาดบางเสร่เป็นแหล่งข้อมูล วัตถุดิบ สถานที่ถ่ายทำ และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ แม้จะมีข้อจำกัดมากมายทั้งเครื่องมือและเวลา แต่ทุกคนก็มีความพยายาม ตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุดโดยไม่ย่อท้อเพื่อทำสิ่งที่ตัวเองคิดฝันให้เป็นจริง
เวลา ๒ วันที่นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์จาก ๑๐ สถาบัน มาเรียนรู้ร่วมกันในค่าย “กิจกรรมสร้างเสริมสื่อสร้างสรรค์คุณธรรม” นอกจากเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว การได้ฟังประสบการณ์การทำงานจริงของรุ่นพี่นักสื่อสารมวลชนมืออาชีพ ทั้งคนทำข่าว สารคดี ละคร และภาพยนตร์ ที่ยินดีมาแบ่งปันความรู้และมุมมองในการผลิตสื่อที่มีคุณภาพและมีคุณธรรม ก็ช่วยเปิดโลกกว้างให้กับน้อง ๆ และยังช่วยบ่มเพาะจิตสํานึกดีแก่นักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่เพื่อช่วยกันผลิตสื่อที่สร้างสรรค์จรรโลงสังคมต่อไป
เพราะละครเป็นสื่อที่เข้าใจง่ายและมีพลังนำความคิดด้านคุณธรรมสอดแทรกถึงตัวเด็กได้เป็นอย่างดี ศูนย์คุณธรรมจึงสนับสนุนให้คณะละครมรดกใหม่ทำโครงการ “การสร้างกระบวนการเรียนรู้สู่คุณธรรมด้วยละคร” กิจกรรมอย่างหนึ่ง คือ การตระเวนแสดงละครเวทีให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยหยิบเอาบางตอนของชาดกเรื่องพระมหาเวสสันดร มาตีความและเล่าใหม่ในแง่มุมที่ต่างไปจากบทเรียนในวรรณคดี ใช้ชื่อตอนว่า “ชูชกผู้หวังดี” และปรับรูปแบบการแสดง ใช้ศิลปะหลายแขนง ทั้งเก่าและใหม่ เน้นความสนุก สอดแทรกมุขขำ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ดึงใจเด็กรุ่นใหม่ให้เข้าถึงหัวใจของเรื่อง คือ การบำเพ็ญทานบารมีขั้นสูงสุด
เครือข่าย: คณะละครมรดกใหม่ จ.ปทุมธานี
การแสดงละครเวทีเรื่องพระเวสสันดรชาดก ตอน “ชูชกผู้หวังดี” ผู้ออกแบบละครตั้งใจให้เด็กนักเรียนซึ่งเป็นผู้ชมมีส่วนร่วมกับละครเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากการดู ฟัง และสามารถคิด วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจากละคร เทียบเคียงกับประสบการณ์ของตนเอง แล้วนำผลที่ได้มาปรับใช้กับชีวิต ทำให้เด็ก ๆ เกิดความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองและทำสิ่งดีมากขึ้น
เครือข่าย: คณะละครมรดกใหม่ จ.ปทุมธานี
คณะละครมรดกใหม่สานต่อโครงการ “การสร้างกระบวนการเรียนรู้สู่คุณธรรมด้วยละคร” ด้วยการจัดค่าย “Actor Junior” สำหรับเด็กที่สนใจศาสตร์การแสดงละครเวที พวกเขาจะได้ฝึกการทำละคร ตั้งแต่ช่วยกันคิดเรื่อง เขียนบทและแสดง ในค่ายครั้งนี้ เด็ก ๆ เลือกวรรณกรรมพื้นบ้าน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน มาดัดแปลง ประยุกต์เนื้อหาร่วมสมัยเกี่ยวกับโทษของการดื่มสุรา เพื่อสะท้อนปัญหาจากประสบการณ์ตรงไปรณรงค์ในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง
เครือข่าย: คณะละครมรดกใหม่ จ.ปทุมธานี
เว็บไซต์ลานธรรมด็อตเน็ท (www.larndham.net) คือ แหล่งชุมนุมแหล่งใหม่ของคนที่สนใจธรรมะ แม้จะเปลี่ยนจากพื้นที่ใต้โคนไม้เป็นพื้นที่ในโลกไซเบอร์ แต่ลานธรรมยังคงความหมายเดิม คือเป็นสถานที่เผยแพร่ความจริง ความดี ความงามไปสู่ผู้คนตลอดเวลา ด้วยพลังจิตอาสาของหนุ่มสาวรุ่นใหม่กว่า ๔๐ คนทั้งในและนอกประเทศ ที่เข้ามาช่วยดูแลเว็บไซต์นี้ตามกำลังและความสามารถ เช่น คนที่พอมีความรู้จากการศึกษาธรรมะ ทั้งจากการอ่าน คำบอกเล่าหรือประสบการณ์ตรง ก็มาช่วยกันตอบกระทู้ปัญหาชีวิต เพื่อช่วยแบ่งเบาความทุกข์ ส่งคืนความสุขแท้ให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
เครือข่าย: บ้านอารีย์ กรุงเทพฯ
สถานีวิทยุชุมชนหาดใหญ่ FM. ๑๐๑ MHz. จัด “โครงการห้องปัญญาทางอากาศ” เปิดรับเยาวชนที่สนใจมาฝึกฝนเป็นนักจัดรายการวิทยุ หลังจากอบรมแล้ว เยาวชนกลุ่มหนึ่งรวมตัวเป็น “กลุ่มเด็กคิด” ช่วยกันจัดรายการเพื่อถ่ายทอดความคิด ความฝันของพวกเขา สถานีวิทยุชุมชนก็สนับสนุนเปิดพื้นที่ให้ช่วงเวลาหลังเลิกเรียนทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และวันเสาร์ทั้งวัน เหล่าดีเจเยาวชนอาสาสมัครเหล่านี้ต้องทำงานอย่างหนักทั้งกระบวนการคิด การค้นคว้าหาข้อมูล กว่าจะเป็นรายการสักรายการ แต่พวกเขาก็ไม่ท้อ เพราะนอกจากสนุกแล้วยังมีความสุขที่ได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้สังคม
โจทย์การเรียนรู้ข้อหนึ่งที่ท้าทายเยาวชนจากทั่วประเทศที่เข้าร่วมในค่าย “โครงงานคุณธรรม” คือ การแต่งเพลงเกี่ยวกับความดี การเรียนรู้ครั้งนั้น ได้จุดประกายให้เด็กกลุ่มหนึ่งที่รักและสนใจดนตรีรวมตัวกันต่อยอดสู่ค่าย “เยาวชนผลิตเพลงคุณธรรม” เพื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสรรค์บทเพลงเกี่ยวกับความดี ทั้งแต่งเนื้อร้อง ทำนอง เล่นดนตรี ถ่ายทำและตัดต่อเองจนสำเร็จเป็นเป็น อัลบั้ม “ตะติยัมปิ รักดีไม่โดดเดี่ยว” และยังรวมตัวกันเหนียวแน่นมุ่งฝึกซ้อมสำหรับการแสดงในเวทีต่าง ๆ เพื่อแสดงพลังของเยาวชนที่จะสื่อสารความรู้สึกนึกคิดผ่านบทเพลง
เครือข่าย: โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ. ตรัง
บริษัท เอเซีย พริซิชั่น จำกัด มีนโยบายใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน เพราะตระหนักดีว่าพวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่ที่โรงงาน จึงจัดปรับโรงงานให้เหมือนบ้าน มีสวัสดิการอาหารกลางวัน ห้องไว้พักนอน อุปกรณ์กีฬา ดนตรีและลานกิจกรรมให้ผ่อนคลาย เพื่อสร้างวิถีชีวิตในโรงงานให้เบิกบาน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายพัฒนาคนด้วยการส่งเสริมการทำความดีหลากหลายกิจกรรม เช่น โครงการลด ละ เลิก บุหรี่ สุรา การพนัน และปันผลกำไรส่วนหนึ่งตั้งเป็นกองทุนพัฒนาบ้านเกิดของพนักงาน ดังปณิธานของบริษัท คือ มุ่งสร้างคนดี แทนคุณแผ่นดิน
เครือข่าย: บริษัท เอเซีย พริซิชั่น จำกัด จ. ชลบุรี
ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง ผู้บริหารบริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด จึงนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยปรับพื้นที่ว่างบริเวณโรงงานเป็นผืนนา ดัดแปลงอ่างอาบน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นที่ปลูกผัก และให้พนักงานทุกคนมาช่วยกันทำเพื่อนำผลผลิตที่ได้คืนกลับเป็นสวัสดิการอาหาร เมื่อพวกเขามีค่าใช้จ่ายลดลง และได้เรียนรู้การใช้จ่ายอย่างพอเพียง จึงมีเหลือพอที่จะแบ่งปัน พนักงานหลายคนก็เต็มใจบริจาคเงินเข้ากองทุน เพื่อนำไปทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม วิถีชีวิตการทำงานในโรงงานจึงเปลี่ยนเป็นการพึ่งพาตนเองและเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อสังคมมากขึ้น
เครือข่าย: บริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด จ. ปทุมธานี
ผู้บริหารบริษัท สยามแฮนดส จำกัด ผู้ผลิตเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ “แตงโม” มุ่งมั่นที่จะสร้างโรงงานให้เป็นเหมือนบ้านหลังที่ ๒ ของพนักงาน จึงใส่ใจในทุกเรื่อง ตั้งแต่ อาหาร หอพัก และจัดสภาพแวดล้อมรอบโรงงานให้ร่มรื่นสวยงาม เลือกมุมที่ดีที่สุดให้พนักงานตัดเย็บที่ต้องทำงานหนัก จัดวางระบบงานแบบกลุ่มย่อยที่สามารถวางแผน รับผิดชอบงานตามกำลังความสามารถ รวมทั้งกำหนดเวลาเข้าและเลิกงานได้เอง สภาพแวดล้อมและวิถีการทำงานแบบอบอุ่นนี้จึงเอื้อให้ทุกคนสร้างงานที่มีคุณภาพ และทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข
เครือข่าย: บริษัท สยามแฮนดส จำกัด จ. นครปฐม
ในท่ามกลางการแข่งขันของโลกธุรกิจที่รวดเร็วและรุนแรง ผู้บริหารบริษัทแพนเอเชียอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตพลาสติกอะครีลิคเพื่อส่งออกเพียงแห่งเดียวที่เป็นของคนไทย จึงมุ่งสร้างพนักงานให้เป็นคนคุณภาพ คือ เป็นคนที่เรียนรู้ตลอดเวลา เช่น กิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน การกล้าแสดงออก การอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลแบ่งปัน เพื่อให้เป็นคนที่มีทั้งความเก่ง ความกล้า ไปพร้อม ๆ กับมีความดี ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพการผลิต พัฒนาองค์กรและพัฒนาอนาคตที่ดีของทุกคนร่วมกัน
เครือข่าย: บริษัท แพนเอเชียอุตสาหกรรม จำกัด กรุงเทพฯ
อาจารย์ประพงศ์ ชูตรัง ผู้อํานวยการ โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง เป็นผู้บริหารโรงเรียนตัวอย่างที่สอนเด็ก ๆ ให้รู้จักความรัก ความเมตตา และความเสียสละด้วยการปฏิบัติตนให้เห็น เช่น การสละห้องพักให้เป็นห้องสมุด การนำเงินเดือนส่วนตัวไปซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียน เป็นต้น คุณธรรมความดีของอาจารย์ประพงศ์จึงเป็นแบบอย่างและเป็นพลังดึงให้เด็กนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง ชาวบ้าน อาสาเข้ามาทำดีที่โรงเรียนด้วยกัน บรรยากาศของโรงเรียนเล็ก ๆ จึงเป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยความรักและความสามัคคี
เครือข่าย: โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จ. นครศรีธรรมราช
จากงานวิจัย เรื่อง “คุณลักษณะและกระบวนการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมของประเทศเวียดนาม” บ่งชี้ว่ากว่า ๘๐ % ของนักศึกษาเวียดนามใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเองสูง คือ เรียนและทำงานพิเศษไปพร้อมกัน และส่วนใหญ่มีความมุ่งมั่น ขยันหมั่นเพียร และกระตือรือร้นในการเรียนรู้สูง ทำให้ประสบความสำเร็จทั้งการเรียนและการทำงาน ปัจจัยสําคัญ คือ การปลูกฝังอุดมการณ์ชาติและคุณธรรมจริยธรรมที่ชัดเจนและต่อเนื่องตลอดสายในระบบการศึกษา เช่น การปลูกฝังคำสอนของโฮจิมินห์ ผู้นำที่ชาวเวียดนามยกย่อง ให้กับเด็ก ๆ ตั้งแต่ชั้นประถม รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมทางสังคมให้มีสิ่งยั่วยุน้อย
สิ่งที่ประเทศเวียดนามเห็นว่าเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการสร้างคน คือครู แม้ว่าในโรงเรียนอาจไม่มีคอมพิวเตอร์หรือสื่อทันสมัยเพื่อช่วยในการเรียนรู้ แต่ครูดีก็สามารถกระตุ้นเด็กให้กระตือรือร้นกับการเรียนได้ และจากรายงานวิจัยบ่งชี้ว่า เด็กเวียดนามมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนสูง ส่วนพฤติกรรมก็มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านคุณธรรมจริยธรรม รัฐจึงทุ่มเทให้กับการสร้างครูที่มีคุณภาพ สนับสนุนคนเก่งมาเป็นครู โดยให้เรียนฟรีและเมื่อจบมาประกอบอาชีพแล้วก็จะได้รับเงินเดือนและการยกย่องสูง ทำให้ครูเกิดความภาคภูมิใจ และมีกำลังใจที่จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังในการสร้างเด็กให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดีต่อไป
โฮจิมินห์ หรือลุงโฮของเด็ก ๆ คืออดีตผู้นำที่ชาวเวียดนามยกย่อง คำสอนห้าข้อของลุงโฮ ได้แก่ ๑. รักชาติ รักประชาชน ๒. เรียนดี ทำงานดี ๓. สามัคคี มีวินัย ๔. รักษาอนามัยดี ๕. ถ่อมตน ซื่อสัตย์ กล้าหาญ จึงกลายเป็นอุดมการณ์ร่วมในการปลูกฝังลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กเวียดนามทั้งประเทศ ทำให้กระบวนการสร้างคนมีทั้งเป้าหมายและหลักปฏิบัติที่ชัดเจน จึงเป็นยุทธศาสตร์การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่หวังผลได้ในอนาคต
“ต้าอ้าย” หมายถึง ความรักอันยิ่งใหญ่ มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวันจึงใช้เป็นชื่อของสถานีโทรทัศน์ที่มีเป้าหมาย คือ ปลูกฝังความรัก ความเมตตา และสำนึกมนุษยธรรมลงในใจผู้คน รวมถึงแผ่ขยายคุณค่าของความเป็นมนุษย์ออกไปทั่วโลก สถานีโทรทัศน์ต้าอ้ายดำเนินงานด้วยพลังอาสาสมัครและเงินบริจาค จึงไม่มีโฆษณาเชิงพาณิชย์ และทุกรายการมีจุดยืนเดียวกัน คือ นำเสนอความจริง ความดี และความงาม เช่น รายงานข่าวกิจกรรมการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จากทั่วทุกมุมโลก ละครคุณธรรมจากเรื่องจริงที่กระทบใจซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเวลา prime time เป็นต้น ปัจจุบันสถานีโทรทัศน์ต้าอ้ายเป็นสถานีที่มีอิทธิพลต่อชาวไต้หวันอย่างมาก
มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ตระหนักว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาใหญ่ของโลก จึงสนับสนุนให้คนช่วยกันคัดแยกขยะ ทุก ๆ วันจะมีอาสาสมัครฉือจี้กว่า ๖๐,๐๐๐ คนร่วมกันคัดแยกขยะในบ้าน ที่ทำงาน และในชุมชน จนเกิดโรงแยกขยะกระจายไปทั่วประเทศกว่า ๕,๐๐๐ แห่ง แต่ละคนต่างทุ่มเทและตั้งใจเพราะรู้ว่าทุกขั้นตอนของการคัดแยกขยะอย่างประณีต คือ การฝึกตนให้อดทน เสียสละ และขัดเกลาจิตใจให้ละเอียดอ่อน และยิ่งลงแรงมาก ก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้นที่จะนำไปช่วยเหลือผู้คนทุกข์ยาก และใช้เป็นทุนในการดำเนินงานสถานีโทรทัศน์ต้าอ้าย สื่อสาธารณะที่มุ่งนำคุณธรรมกลับคืนสู่สังคม
มูลนิธิพุทธฉือจี้ เป็นองค์กรสาธารณกุศลขนาดใหญ่ในประเทศไต้หวัน มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ทุกข์ยาก กล่อมเกลาจิตใจผู้คนให้ใสสะอาดด้วยหลักพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ดำเนินภารกิจหลากหลายเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาสังคม ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์ การจัดการศึกษาที่ให้ความสําคัญกับจริยธรรม เพื่อสร้างคนดีให้ไปสร้างโลก ด้วยการแผ่ขยายความรักความเมตตา ทำงานจิตอาสาเพื่อประโยชน์แก่มวลมนุษย์ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน